Sunday, October 19, 2008

ถึงฤดูท่องเที่ยวอีกแล้ว

เมื่อกลางปีไม่ได้ไปไหนจนบ่นเบื่อ มาระยะหลังพอจะได้ไปบ้างแล้วก็มาเจอทริปใหญ่ต่างประเทศเอาปลายปี

มีทั้งไปเวียตนาม - ลาวใต้กับเพื่อนๆ เดือน พ.ย.



พาแม่ไปฮ่องกงเดือน ธ.ค.

ช่วงนี้เลยเก็บเงินสุดฤทธิ์ ไม่อยากให้ช๊อตไฟไหม้ตูดปลายปี....เอาแค่หมดตูดพอ

แถมปีหน้ายังไปปะเหลาะพวกอาจารย์ไว้ว่าถ้าจะไปวิจัยที่ญี่ปุ่นก็หนีบหนูไปด้วยนา

สงสัยต้องเก็บตังกันหัวโตล่ะทีนี้...........เฮ้อ

Wednesday, September 24, 2008

ไปฟิตเนตกันดีกว่า

ระวัง!.....มันกำลังจะมา

ดูโฆษณานี้แล้วฮา แต่รู้สึกแม่จะไม่ฮาด้วย

เพราะคุณนายสุนีย์เร่งอยู่เหยงๆ ว่าฟิตเนตที่ รพ. เปิดมาตั้งหลายเดือนแล้ว ทำไมยังไม่ไปเล่นอีก

ข้ออ้างที่ว่า ใหม่ๆ คนเค้าเห่อกัน ไม่มีเครื่องให้เล่น ดูจะเก่าแระ

ก็เลยไปก็ด้ะ.........

แค่ปั่นจักรยานก็เหนื่อยแระ ไม่นับที่ไปเล่นลู่วิ่ง กะลู่วิ่งกึ่งสเตปอีก

ดีที่เตรียมอาหารไว้รับขวัญวันฟิตเนต........ฮี่

เล่นได้อาทิตย์ละ 2 - 3 วัน (เพราะเวลามีอยู่แค่นี้)

แต่ยิ่งมา คนยิ่งน้อย ไม่แน่ใจว่าเค้าหายเห่อกันแล้ว หรือหลอนเสียงหอบแฮ่กๆ ของเราก็ไม่รู้

แต่เอาเหอะ งวดนี้ไม่กะผอมแล้ว แค่เดินตามเพื่อนไปเที่ยวไหนๆ แบบไม่หมดแรงเป็นใช้ได้

แต่ก็หวังเล็กๆ ว่าน้ำหนักจะลด........


ได้ยินเสียงแซวมาแว่วๆ ว่า

มันไม่มาแล้วเจ๊...........มันมาไปแร้วววว

Sunday, August 17, 2008

อัพเดทมวยสากล

ตอนนี้กระแสกีฬาโอลิมปิกมาแรง ที่เชียร์ๆ กันอยู่ก็เห็นจะไม่พ้นมวยสากล เลยได้หัวข้อจะมาอัพบล็อคซะที ถึงรูปจะเป็นมวยไทย แต่ได้รางวัลชุดนะเอ้อ

มวยสากล (Boxing) เป็นศิลปะการต่อสู้ชนิดหนึ่งที่สู้กันด้วยหมัดทั้ง 2 ข้าง มีการแข่งขันตั้งแต่สมัยกีฬาโอลิมปิคยุคโบราณ และเป็นที่นิยมมาจนถึงปัจจุบันมวยสากลหรือที่เรียกในยุคแรกว่า "มวยฝรั่ง" เข้าสู่ประเทศไทยครั้งแรกราว พ.ศ. 2455 โดยได้แบบอย่างจากประเทศอังกฤษผู้นำมาเผยแพร่คือหม่อมเจ้าวิบูลย์สวัสดิวงศ์ สวัสดิกุล ครั้งแรกนำมาเผยแพร่ที่โรงเรียนสวนกุหลาบวิทยาลัยและแพร่ต่อไปยังโรงเรียนต่างๆ มีการจัดแข่งขันมวยนักเรียนซึ่งเป็นแบบมวยสากลสมัครเล่น


องค์กรเกี่ยวกับมวยสากลที่พวกเรารู้จักกันดี ก็ได้แก่ สภามวยโลก (WBA) สมาคมมวยโลก (WBC) และ สหพันธ์มวยนานาชาติ (IBF)

ส่วนรุ่นมวย ที่แบ่งตามพิกัดน้ำหนักจะมีชื่อเรียกของแต่ละองค์กรแตกต่างกัน


Weight Classes or Divisions


1. Mini Flyweight (IBF, WBO)

Strawweight (WBC)

Minimumweight (WBA)

- Up to and including 105 lbs


2. Junior Flyweight (IBF, WBO)

Light Flyweight (WBA, WBC)

- Over 105 to 108 lbs


3. Flyweight (IBF, WBA, WBC, WBO)

- Over 108 to 112 lbs


4. Super Flyweight (WBA, WBC)

Junior Bantamweight (IBF, WBO)

- Over 112 to 115 lbs


5. Bantamweight (IBF, WBA, WBC, WBO)

- Over 115 to 118 lbs


6. Super Bantamweight (WBA, WBC)

Junior Featherweight (IBF, WBO)

- Over 118 to 122 lbs


7. Featherweight (IBF, WBA, WBC, WBO)

- Over 122 to 126 lbs


8. Super Featherweight (WBA, WBC)

Junior Lightweight (IBF, WBO)

- Over 126 to 130 lbs


9. Lightweight (IBF, WBA, WBC, WBO)

- Over 130 to 135 lbs


10. Super Lightweight (WBA, WBC)

Junior Welterweight (IBF, WBO)

- Over 135 to 140 lbs


11. Welterweight (IBF, WBA, WBC, WBO)

- Over 140 to 147 lbs


12. Super Welterweight (WBA, WBC)

Junior Middleweight (IBF, WBO)

- Over 147 to 154 lbs


13. Middleweight (IBF, WBA, WBC, WBO)

- Over 154 to 160 lbs


14. Super Middleweight (IBF, WBA, WBC, WBO)

- Over 160 to 168 lbs


15. Light Heavyweight (IBF, WBA, WBC, WBO)

- Over 168 to 175 lbs


16. Cruiserweight (WBA, WBC, IBF)

Junior Heavyweight (WBO)

- Over 175 to 200 lbs


17. Heavyweight (IBF, WBA, WBC, WBO)

- Over 200 lbs to unlimited

ใครอยากรู้ว่าตัวเองอยู่รุ่นไหนก็เอาน้ำหนักตัวเป็นกิโลกรัม คูณด้วย 2.2 ก็จะได้น้ำหนักเป็นปอนด์เอง


ส่วนเรา.....เหวย....... ตอนนี้อยู่รุ่น Junior Middleweight แล้วอ่ะ (โปรดสังเกตว่าไม่ใช้คำว่า Super อิ อิ)

Monday, August 11, 2008

หนังดัง TVB ในอดีต

วันนี้อยู่เวร แต่ไม่ค่อยมีคนไข้ เลยท่องเนตไปเรื่อยๆ ไปเจอะบล๊อคน่าสนใจเข้าให้เป็นรูป+เรื่อง หนังจีนสมัยเก่า ที่เราติดหนึบตอนเด็กๆ (มาคิดดูอีกที แปลว่ามานำเหนอว่าตูแก่แล้วอ่ะดิ -_-')แต่วัยเดียวกันต้องคุ้นเหมือนกัน...ชัวร์
มังกรหยก ใครไม่พูดถึงมั่งอะ อึ้งย้ง+ก๊วยเจ๋ง โด่งดังพลุแตก หวงเย่อหัว+อุงเหม่ยหลิง อีกคู่ เอี้ยคัง+มู่เนี่ยมฉือ (เหมียวเฉียวเหว่ย +หยังพ่านพ่าน)รู้สึกว่าเวอร์ชั่นนี้ดูเป็นรุ่นที่ 2 มีรุ่นแรกที่ก๊วยเจ๋งขี้เหร่ๆ ที่เคยดูอีกต่างหาก
มังกรหยก เอี้ยก้วย+เซียวเหล่งนึ่ง (หลิวเต๋อหัว+เฉินอวี้เหลียน)
นี่ก็เอี้ยก้วยอีกเวอร์ชั่น (ดูอีกเหมือนกัน แต่พระเอก นางเอก หล่อสวยกว่าเห็นๆ)กู่เทียนเล่อ กับ หลี่ยั่วถง
ชอลิ้วเฮียงรุ่นแรก ดั้งเดิม เจิ้งเส้าชิว...สุดยอด
นี่ภาคใหม่ เหมียวเฉียวเหว่ย+อุงเหม่ยหลิง ชอลิ้วเฮียงถล่มวังค้างคาว
เติ้งชุ่ยเหวิน+วั่นจื่อเหลียง ในซิยิ่นกุ้ย
มีซิยิ่นกุ้ยก็ต้องมีลูกชาย ซิติงซาน (หนังจีนโรแมนติก?ที่จำได้เรื่องแรก)เฉินหมิ่นเอ๋อ + หวงเย่อหัว
ส่วนนี่กำลังฉายซ้ำที่ช่อง 3 ขุนศึกตระกูลหยาง เหลียงเฉาเหว่ย (หยาง 7 สุดที่รัก) + เจิงหัวเชี่ยน
เซี่ยะหนิง + เหลียงเฉาเหว่ย เดชเซียวฮื่อยี้ เวอร์ชั่นนี้ชอบมากสุดอ่ะ (เพราะมีเฮียเหลียง ฮิ ฮิ)
หลี่ซ่งเสียน + เหลียงเพ่ยหลิง เดชคัมภีร์เทวดา พระเอกไม่หล่อแต่นางเอกสวยใช้แต่ แต่ที่ชอบสุดกลับเป็นเฒ่าเกย์..ตงฟางปุ๊ป้าย!!

Saturday, August 02, 2008

มาสคอตโอลิมปิกปักกิ่ง 2008

เมื่อเดือนก่อนฝากเพื่อนอ๋อยซื้อตุ๊กตาโอลิมปิกมา เห็นว่าน่ารักดี

ยังไม่ทันได้แกะออกมาชื่นชมใกล้ๆ เพราะกลัวดำ ได้แต่บอกแม่ว่าเก็บไว้โชว์เหอะ

ที่จริงทางจีนเขาทุ่มเทกับโอลิมปิกคราวนี้มาก ทำอะไรก็ให้มันมีความหมายไปซะหมด

ตุ๊กตานำโชคทั้ง 5แทนสัญลักษณ์ที่สื่อความหมายมงคลในหลายด้านตามแบบฉบับศิลปะจีนโบราณ ที่นิยมใช้สัญลักษณ์ต่างๆ

ตุ๊กตานำโชคทั้ง 5จะคอยส่งมอบความสุขให้กับทุกๆคนเริ่มจาก

เป้ยเป้ย(ฺBeibei)จะทำหน้าที่ส่งมอบความเจริญรุ่งเรือง เนื่องจากวัฒนธรรมจีนภาพเขียนพู่กันรูป"ปลา"และ"น้ำ"จะแทนสัญลักษณ์ของความเจริญรุ่งเรืองและความสำเร็จ นอกจากนั้น คำว่า ปลา ในภาษาจีนที่ออกเสียงว่า "อี๋ว์" พ้องเสียงกับคำที่หมายถึง "มีกินมีใช้เหลือเก็บ" ส่วนหัวของเป้ยเป้ย ยังประดับด้วยลวดลายปลาซึ่งนิยมในยุคเครื่องมือหินใหม่ของจีน เป้ยเป้ยเป็นยอดฝีมือแห่งกีฬาทางน้ำ แทนห่วงสีฟ้าในสัญลักษณ์โอลิมปิกสากล

จิงจิง(Jingjing)เป็นหมีแพนด้าหน้าตายิ้มแย้ม หมีแพนด้าเป็นทั้งสมบัติล้ำค่าของชาติจีน และยังเป็นที่รักของผู้คนทั่วโลก แทนความสมานฉันท์อันดีระหว่างมนุษย์กับธรรมชาติ ส่วนหัวของจิงจิงประดับด้วยลวดลายกลีบดอกบัวตามลักษณะเครื่อง-เคลือบสมัยซ่ง นอกจากจิงจิงจะไร้เดียงสามองโลกในแง่ดีแล้ว จิงจิงยังแฝงไปด้วยพละกำลังที่เต็มเปี่ยม เป็นตัวแทนห่วงสีดำ

ฮวนฮวน(Huanhuan) หรือหนูน้อยลูกไฟ เป็นพี่ใหญ่ในบรรดาเด็กน้อยนำโชคทั้ง 5 เป็นสัญลักษณ์ของไฟโอลิมปิก และยังเป็นตัวแทนความฮึกเหิมของนักกีฬาวึ่งจะส่งมอบจิตวิญญาณของกีฬาโอลิมปิกที่สนุกสนานและเข้มแข็งไปยังทุกที่ที่ไปถึง เครื่องประดับบนศรีษะมีต้นแบบมาจากลวดลายของเปลวไฟในภาพบนผนังของถ้ำผาม่อเกาคู เมืองตุนหวง ในมณฑลกันซู่ ทางภาคตะวันตกเฉียงเหนือของจีน ฮวนฮวนชอบแสดงออก เชี่ยวชาญกีฬาประเภทบอลทุกชนิด เป็นตัวแทนห่วงสีแดงส่วน

อิ๋งอิ๋ง(Yingying)คือละมั่งทิเบตที่เฉลียวฉลาด คล่องแคล่วว่องไว มาจากพื้นที่ภาคตะวันตกที่กว้างสุดลูกหูลูกตาของจีน ส่งมอบความสุขสมบูรณ์ที่แข็งแรงให้แก่โลก ละมั่งทิเบตเป็นสัตว์สงวนของที่ราบสูงชิงไห่-ทิเบต เป็นการแทนความหมายของ โอลิมปิกสีเขียว หรือ โอลิมปิกที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ในครั้งนี้อีกด้วย ส่วนหัวของอิ๋งอิ๋ง เป็นการผสมผสานระหว่างรูปแบบเครื่องประดับของที่ราบชิงไห่-ทิเบตและเขตต่างๆ มือเท้าของอิ๋งอิ๋งว่องไว เชี่ยวชาญกรีฑาทั้งลานและลู่ เป็นตัวแทนของห่วงสีเหลืองตามติดมาด้วย

นีนี(Nini)หนูน้อยคนสุดท้ายที่มาจากฟากฟ้านภากาศ เพราะเป็นนกนางแอ่นที่กำลังสยายปีกรูปลักษณ์ของนีนีได้มาจาก ว่าวนางแอ่น ดั้งเดิมของปักกิ่ง "นางแอ่น" ยังเป็นตัวแทนของ "เยียนจิง" (ชื่อในสมัยโบราณของเมืองปักกิ่ง)นีนีจะนำพาฤดูใบไม้ผลิและความเบิกบานมาสู่มวลมนุษย์และโปรยปรายคำอวยพร "ขอให้โชคดี" ไปยังทุกๆที่ที่บินผ่าน นีนีไร้เดียงสา ความเบิกบานอยู่เป็นนิจจะส่องประกายบนสนามแข่งขันยิมนาสติก เป็นตัวแทนห่วงสีเขียว

เมื่อทั้ง 5 ตัวรวมกันก็จะได้เป็น"เป้ย จิง ฮวน อิ๋ง หนี่"ซึ่งแปลว่า "ปักกิ่งยินดีต้อนรับคุณ" นั่นเอง แต่ไม่ใช่แค่นั้น เพราะเมื่อสังเกตดีๆ ก็จะเห็นว่าสีของตุ๊กตาทั้ง 5 นี้สอดคล้องกับธาตุทั้ง 5 ตามหลักฮวงจุ้ยอีกด้วย เริ่มตั้งแต่ สีฟ้าแห่งธาตุน้ำของเป้ยเป้ย สีขาวแห่งธาตุโลหะของจิงจิง สีแดงธาตุไฟของฮวนฮวน สีเหลืองธาตุดินของอิ๋งอิ๋ง และสีเขียวธาตุไม้ของหนีหนี่

ส่วนสัญลักษณ์ของโอลิมปิก 2008 "ปักกิ่งเริงระบำ"

เป็นชื่อของสัญลักษณ์โอลิมปิก 2008 ซึ่งจำลองรูปแบบมาจาก ตราประทับจีนโบราณซึ่งตราประทับนี้ส่วนพื้นเป็นสีแดง ส่วนอักษรแกะสลักเป็นตัว "จิง " ซึ่งหมายถึงเป่ยจิง(ปักกิ่ง) อีกทั้งมีสัญลัษณ์คล้ายตัวอักษร (เหวิน) ซึ่งหมายถึง อารยธรรมที่สืบทอดมา ยาวนานของชนชาติจีน ตัวอักษรดังกล่าวยังเป็นลักษณะท่าทางของคนที่วิ่งไปข้างหน้าขณะกำลังยินดีที่ได้รับชัยชนะ

น่าเสียดายที่ปีนี้จีนโชคไม่ดี เจอปัญหาเรื่องหมอกควันและภัยธรรมชาติถี่หน่อย

Friday, July 25, 2008

9 Firsts 9 Lasts

ไม่รู้จะหาอะไรมาอัพแระ ไปดูๆ tag ชาวบ้านแล้วเอามาอัพบ้างดีกว่า


-- 9 Firsts --


1. First best friend (เพื่อนสนิทคนแรก) - โห..ถ้าจะบอกว่าเป็นหมาเนี่ย เพื่อนๆ จะน้อยใจมั๊ยน้อ แต่เป็นหมาตัวแรกจริงๆ ชื่อเจ้าตูบ ถึงจะไม่ค่อยแสนรู้ และกัดเจ้าของทุกคน แต่ก็เป็นเพื่อนที่ดีที่สุดเรยแหละ


2. First screen name (นามแผงอันแรก) - ไอ้หมู เพื่อนชั้นประถมก็เรียก เพื่อนม.ต้นก็เรียก..อวบแต่เด็กก็เงี้ย


3. First pet name (สัตว์เลี้ยงตัวแรก) - เจ้าตูบ หมาไทยวัดๆ เอามาตอนจะเข้าม.1 ตายตอนจะจบปี 5 อายุยืนสุดๆ


4. First Piercing (เจาะ....ครั้งแรก) - เจาะเลือด ที่จำได้ตอนปี 3 อ่ะ เป็นลมไปเรย ส่วนเจาะหูก็เมื่อปีที่แล้วเอง (ตันไปแล้วด้วย)


5. First crush (หลงรักครั้งแรก) - อู้ว....นึกไม่ออก แบบว่าหลายจายยยย


6. First CD (CD แผ่นแรก) - จำไม่ได้แล้วอ่ะ เพราะซื้อเครื่องเล่นซีดีมาตั้งหลายปี แต่น่าจะเป็นแผ่นรวมฮิต ชอบความคุ้มอ่ะ


7. First school (เรียนที่แรก)- เรียนอนุบาลที่ รร.วัดกกตาล...ข้างบ้าน


8. First house location (บ้านหลังแรก) - หลังแรกหรือหลังปัจจุบันก็อยู่ที่เดิมน่ะแหล่ะ แต่หลังเดิมเป็นทรงไทย (มีหัวกะไดไว้ให้แห้ง) แล้วก็มาปลูกใหม่เมื่อ 29 ปีก่อน


9. First car (รถคันแรก) - เป็นรถ FIAT 124 ST พ่อหัดขับให้ตอนอายุ 19


-- 9 Lasts --


1. Last time you smoked - บอยไม่สูบฮ่ะ


2. Last food you ate - อู้ เยอะนา มีกล้วยแขก บาบีคิวหมู หมี่เกี๊ยวแห้ง ลำใย สตอเบอร์รี่แห้ง นี่แหละมื้อเย็น ถ้าไม่เป็นหวัดจะกินเยอะกว่านี้อีก


3. Last car ride - ยังไม่ last เฟ้ย ยังใช้ต่อไปก็ cedia เจ้าเก่านี่อ่ะ (ประกาศขายพร้อมคนขับ ฮี่ ฮี่)


4. Last movie you watched - เรื่อง Hancock ของป๋า วิล สมิธ นี่แหละ สนุกจนอ๋อยถามว่าเรื่องนี้มันจะบอกอะไรเนี่ย? ส่วนเราก็ได้คำว่ารูตูดมาง่ะ


5. Last phone call - เงียบฉี่อยู่ทั้งวัน คนโทรมาคนสุดท้ายเป็นอ๋อย เมื่อคืนวาน แถมยังไม่ได้รับสายอีกต่างหาก


6. Last CD you listened to - เพลง You ของ Jim Brickman (CD เถื่อนทำเอง)


7.Last bubble bath you take - BeNice กลิ่น Fruit Indulgence ที่แม่บอกว่าใช้หมดแล้วเปลี่ยนกลิ่นด้วยนะ...เหม็น


8. Last song you listened to - อ่าว ไม่ใช่ข้อ 6 เรอะ?


9. Last words you said - ทำเสร็จแล้วเว้ย
ปล. ไหนๆ ก็ทำแระ tag อ๋อยต่อละกัน

Wednesday, July 23, 2008

หนุ่มหล่อในสต๊อกแต่งไปอีกคนแระ


อยากจะ กรี๊ด ดังๆ ว่าขวัญใจอีกคนของเค้าแต่งไปซะแระ



แต่สุดยอดจริงๆ คบกันมากว่า 20 ปีเนี่ย



ไปแต่งกันที่ภูฏานอีกต่างหาก



รูปถ่ายสวยมั่กๆ เห็นแล้วอิจฉาๆ

Sunday, July 06, 2008

Tag เรื่องหน้าแตก

ได้รับ tag มานมนาน แต่ไม่ได้ตอบซะที เพราะคอมเสีย (ตอนนี้ก็ยังเสียอยู่)


วันนี้ได้ฤกษ์ (ใช้เครื่องชาวบ้าน) ก็เลยมาตอบซะให้เสร็จๆ ไว้สมน้ำหน้าคนเจอ tag กวีนิพนธ์ได้เต็มๆ




3 เรื่องหน้าแตก หมอไม่รับเย็บ...


ที่จริงนึกไม่ค่อยออกหรอก เพราะส่วนใหญ่ก็จะลืมๆ ไปซะมากกว่า..เสียเวลาแกล้งคนอื่นง่ะ

1. สวมวิญญาณนางร้ายวีนแตก

ไม่อยากจะเชื่อเลยว่า นศ.ปริญญาโท คนแรกและคนเดียว (ตอนนั้น) ของภาควิชา จะหลุดภาพลักษณ์ใสซื่อไปได้ เพราะว่าทำ lab อยู่ดีๆ จนมืดค่ำ ออกไปหาข้าวกินแป๊บเดียว ประตูตึกทำ lab จะปิดแบบใส่กุญแจ (ปกติเป็นระบบล๊อคด้วยการ์ด).......อ๊ายยยยยยยยยย lab ชั้นยังไม่เสร็จเรยนะย๊า มองไปมองมา อยู่หน้าประตู อ้าว..มีเงาคนอยู่นิหว่า (หรือว่าผีก็ไม่รู้) เลยไปที่ตึกใหญ่ ใช้โทรศัพท์สายในโทรเข้าไป

"ฮัลโหล" ปลายสายก็รับโทรศัพท์

เสียงผู้ชายนี่หว่า..พี่เจ้าหน้าที่ประจำตึกมั้งนั่น

"นี่พจนารถนะคะ" ทำเสียงเข้ม เหมือนตอนด่ากันทางโทรศัพท์ที่ รพ.

"เข้าตึกไม่ได้ค่ะ ช่วยเปิดให้ด้วย" (จะล๊อกประตูทำไมเล่าโว้ย)

"คับ ได้คับ.." ไม่ทันรอให้อีกฝ่ายพูดจบเราก็วางหูฉับ เดินไปตึก

อ้าว คนที่อยู่ในตึกไม่ใช่ใครที่ไหน advisor ตูเอง ดันใช้น้ำเสียงข่มขวัญไปแล้วง่ะ.......แป่ว

2. โชว์นู้ดกลางสระน้ำโรงเรียน

เรื่องตั้งแต่ไม่มีนม เอ๊ย นมนานมาแล้ว ตอนเข้า ม. 1 ที่โรงเรียนให้ไปเข้าค่ายที่หนองขาหยั่ง แถมให้อาบน้ำกันในสระน้ำหน้าโรงเรียน พจนารถเพิ่งเคยใส่ผ้าถุงเป็น ก็ลงไปอาบน้ำ (ที่ดำไปด้วยโคลนจากนักเรียนเกือบ 700 คน) จนคิดว่าขึ้นดีกว่า คนที่อาบอยู่ใกล้ๆ กันก็สะกิดบอกว่า เธอๆ ผ้าถุงเปิดแน่ะ............แป่ว

แหม ก็ใครจะรู้ว่าตีโป่งแล้วลมมันไม่ยอมออกไปเล้า

3. อ้วกใส่ตัวเอง

ดีแต่แซวหมอปุ้มอยู่บ่อยๆ ว่านั่งรถ นั่งเรือ เป็นได้อ้วก แต่นั่งรถอัดกันแน่นเป็นปลากระป๋องผ่าน 100 โค้งที่ซาปา เวียตนามคราวนั้น พจนารถก็อ้วกซะ ข้างซ้ายก็หมอปุ้ม ข้างขวาก็จุ๋ย ตูจะอ้วกไงดีล่ะเนี่ย เลยต้องเอาถุงอาหารส่วนกลางมาอ้วกใส่เข้าไป มันมืดอีกเลยไม่เห็นว่ากางถุงดีป่าว เลยอ้วกใส่กางเกงตัวเองนิดนึง หลังจากนั้นถึงค่อยนึกขึ้นได้ว่าควรจะอ้วกใส่จุ๋ย เพราะมันถือโอกาสเอามาล้อตลอด..........

Tuesday, June 17, 2008

อบรมธรรมะ..บำเพ็ญบุญ




ไม่รู้อะไรเข้าสิงอีกแร้ว...

ถึงได้ตอบตกลงหมอปุ้มกับเจ้าออยว่าจะไปปฏิบัติธรรมตามโครงการที่รพ.จัด ถึงศูนย์ปฏิบัติธรรม เมืองอริยะ จ.สระบุรีโน่น




เจออุปสรรคตั้งแต่แรก ที่ต้องวิ่งขอรถเอาเอง แถมไม่มีรถโรงพยาบาลพาไปส่ง สุดท้ายต้องสอบถามเรื่องเบิกค่าน้ำมันรถส่วนตัวได้ป่าว? แล้วก็ขออนุมัติเบิกค่าน้ำมันเอาเอง


ทีแรกก็ว่าเป็นโอกาสอันดี ที่ไม่คิดจะขับรถไป จะได้ไม่ต้องไป


หมอปุ้มดันอาสาขับรถไปเสร็จสรรพ


โอ้.......คงถึงคราวต้องไปถากกิเลส (หัวหน้าใช้คำนี้อ่ะ) กะเขาซักครั้งในชีวิต


ไปถึงอย่างราบรื่นดี นั่งฟังหลวงพ่อ CEO ศูนย์ปฏิบัติธรรมเทศน์ ได้ 5 นาทีก็หลับ


เหน็บกินขาจนต้องใช้แขน 2 ข้างแงะออกมา


หลังจากช่วงพักเลยต้องบากหน้าไปนั่งเก้าอี้ด้านหลังที่เขาจัดให้ผู้สูงอายุแทน...เพื่อสุขภาพไขข้อ


คราวนี้หลับสบาย.............เฮ่อ


สถานปฏิบัติธรรมที่นี่ กว้างขวางมาก ระยะทางจากห้องอบรม (ติดแอร์..ขอบอก) ไปที่กินข้าวค่อนข้างไกล เลยได้ใช้วิริยะ อุตสาหะ เดินไป เดินกลับ (แบบขึ้นเนินที่อ๋อยคงไม่ชอบ)


แต่ก็ดีที่มีอาหารให้กิน 3 มื้อ........ถ้าไม่มีปัจจัยนี้ไม่มาเด็ดๆ


นอกจากทำวัตรเช้า 6.30 และเย็น 18.30 แล้วก็อบรมตั้งแต่ 8.45 - 21.30 มีพักเบรกเช้า-บ่าย


มีพรหมจารินีย์เป็นคนสอนธรรมะ เน้นอริยสัจ 4 แบบเข้าใจไม่ยาก มีตัวอย่างประกอบ และเข้าถึง (หลับ) ได้ง่าย


ที่จริงก็ออกจะสะดวกสบายกว่าที่อื่นตั้งเยอะ


แต่ทำไมไม่รู้ อยากกลับบ้านตั้งแต่วันแรก จนต้อง sms หาเพื่อนให้วุ่นวาย........แง


ถึงเวลานอน ก็มีที่นอนให้นอนห้องแอร์ ตื่นเช้านิดหน่อยแค่นั้นเอง


กว่าจะเริ่มปรับตัว (ให้ยอมรับชะตากรรม) ก็เข้าวันที่ 3 - 4 แล้ว


เวลาว่างเล็กน้อยตอนเย็นก็เดินดูโน่นนี่ได้บ้าง (ถ้าฝนไม่ตก)


ดีที่ตั้งเป้าหมายไว้แค่ว่า "มาฟังธรรม" ขืนตั้งเป้าว่า "เข้าถึงธรรม" คงจะถากกิเลสไม่ออกเหมือนเดิมง่ะ

Saturday, June 07, 2008

ไปกินโออิชิกันอีกแล้ว

กำลังจะยกเลิกบัตรเครดิต เลยคิดหาวิธีใช้แต้มสะสม ทีแรกก็ว่าคะแนนเยอะพอที่จะแลกบัตรโออิชิแล้วเชียวนา แต่ปรากฎว่าตอนทำรายการแลกอัตโนมัติ ดันกดรหัสผิด เลยได้เป็นบัตรส่วนลดของ MK แทน T-T

โทรไปบ่นกับอ๋อย อ๋อยก็เลยเอาแต้มของตัวเองไปแลกมั่ง

หลังจากนั้นพวกเราก็ไปกินรอบแรกกันที่ MK ก่อน

แล้วเมื่อวานก็ไปกินโออิชิกัน มีพี่ยี้ กับเอ๋ไปเป็นเพื่อนร่วมขบวน

ถ่อไปโออิชิแกรนด์เหมือนเคย และต้องรอกินรอบ 4 โมงเย็นเหมือนเคย

ดีที่ระหว่างรอ ไปนั่งกินขนมปังนมสดกันที่สยามซะก่อน เลยไม่ต้องเป็นลมเพราะอดข้าวเที่ยง

เข้าไปกินคราวนี้ เอ๋กับพี่ยี้ที่มาเป็นหนแรก ทำท่าจะเป็นม้าตีนต้น อิ่มแต่แรก แต่ที่ไหนได้ พี่เอ๋แกเล่นกินของคาวสลับกับของหวานได้หน้าตาเฉย

ส่วนพี่ยี้ อาศัยกินขนมถ้วยเล็กๆ มีของคาวสลับเป็นพักๆ

เรียกว่าทุกคนกินกันไปโขอยู่ หลังจากเม้าท์กันเฮฮาที่โต๊ะ

ส่วนเราก่อนจะอิ่ม ชั่งใจอยู่ว่าจะอ้วกออกมาดี หรือจะผะอืดผะอมไปจนถึงบ้านดี

สุดท้ายก็อมอ้วกได้สำเร็จ

แต่พอเข้านอนดันนอนไม่หลับ เพราะไม่สบายท้องเท่าไหร่ แถมรู้สึกว่าร่างกายกำลังหาทางย่อยแบบร้อนไปหมด

ได้แต่นอนท้องป่อง กระสับกระส่ายเหมือนอมกองไฟอยู่ทั้งคืน....เฮ้อ

อ๋อยยังมีบอกไว้แก้ตัวคราวหน้าอีก

สงสัยต้องกินยาช่วยย่อยซักกำมือก่อนนอนล่ะทีนี้

Saturday, May 24, 2008

กินกระหน่ำอีกแร้ว

วันนี้ไปกินพิซซ่าที่ร้านสโนว์ไวท์กะอ๋อย...ฉลองชัยไขมันต่ำ

กิน กิน กิน

จนโต๊ะข้างๆ มองว่ามันมากันแค่ 2 คนนะเนี่ย

อิ่มจนท้องจะแตก

แล้วก็ไปร้านกิจชัยต่อ

เค้าเอาน้ำลำไยเย็นฉ่ำมาเลี้ยง...

ก็กินอีกอย่างไม่ลังเล

.....อะฮื้อ..........

เรานี่มันเด็กกินง่ายจิงๆ ใครให้กินอะไรก็กินง่ะ

Friday, May 23, 2008

เมื่อความซวยมาเคาะประตู


เดือนนี้นับว่ามีแต่เรื่องให้หนักใจตลอด

ตั้งกะพาคุณหมาไปทำหมันกัน ได้ 4 - 5 วัน มันก็แผลแตกทั้งภายในภายนอก ต้องเอาไปเย็บกันอีกครั้ง แถมต้องฝากให้อยู่ที่คลินิกด้วย

พร้อมๆ กันก็เกิดปวดท้องข้างขวา กินยาหนแรก แพ้...ปากเจ่อเรย กินหน 2 เลยต้องเลี่ยงไปกลุ่มอื่น แต่กินหลายตัว

ผ่านไป 1 อาทิตย์ ก็ยังรู้สึกปวดอยู่ แถมนอนไม่ค่อยหลับ เป็นห่วงหมาด้วย

และยังต้องคอยกระเบียดกระเสียร เพราะต้องเอาเงินไปเที่ยวเซี่ยงไฮ้กะแม่ มีคุณหมามาช่วยเพิ่มค่าใช้จ่ายอีก

จนเกือบๆ จะไปแระ ทัวร์โทรมาบอกว่าโทดทีคับพี่ มีคน cancel ไป 4 คน ทัวร์เราคงไม่ออก...แป่ว

กลัวว่าคุณนายสุนีย์จะวีนที่ไม่ได้ไป (เพราะอุตส่าห์ลงทุนซื้อรองเท้าผ้าใบไซส์เด็กมาใส่เดิน) แต่ก็ดีที่บอกว่าไปปลายปีก็ได้

เลยไปหาหมอเรื่องปวดท้องได้ซะที (ทีแรกกลัวว่าจะถึงขั้นนอน รพ. แล้วอดไปเที่ยว เลยไปถึงโดนยึดค่ามัดจำเที่ยวด้วย)

หมอก็ให้ ultrasound กับเจาะเลือดแบบละเอียด

หลัง ultrasound หมอบอกสงสัย cyst แต่ยังไม่มั่นใจเพราะอ่านผลจากเครื่องไม่ค่อยเก่ง (อาจจะเป็นอึก็ได้) เลยรอผลเลือด

แต่พอผลเลือดออกมาปกติ แกก็เลยบอกว่าถ้ายังปวดอยู่ก็ให้ปรึกษาหมอสูติฯ อีกคนที่ชำนาญอ่านผลมากกว่า

ส่วนผลเลือดที่ว่า นอกจากปกติจนผิดปกติแล้ว ทุกคนลงความเห็นว่าเครื่องตรวจน่าจะพัง

...ไม่อยากจะเชื่อว่าคลอเลสเตอรอลของพจเนี่ยนะ 127 (ค่าปกติ 150 - 200) ไตรกลีเซอไรด์เนี่ยนะ 43 (ค่าปกติ 30 - 120)...

เครื่องพังชัวร์..................ป๊าดธ่อ

ทำม่ะ พจจะ low fat มั่งไม่ได้รึง่ะ

Saturday, May 17, 2008

พาคุณหมาไปขึ้นเขียงล่ะ2

เมื่อวานนี้แห้วไปทีนึงแระ กะการพามะหมาไปทำหมัน

ก็บ่นกันว่าจะพามันไปเมารถอีก ไม่ค่อยอยากเลย

คุณนายสุนีย์ก็เลยแนะนำให้พาไปคลินิกสัตว์ที่ท่านา

วันนี้ขายยาเสร็จก็เลยไปสอบถามดู ปรากฎว่าเค้าให้พามาทำได้เลย

เลือดก็ไม่ต้องตรวจด้วย

ก็เลย..เอาวะ ไม่ไกลบ้าน

ตอนบ่ายโมงก็เลยพาเจ้า 2 ตัว ออกไปกันอีกครั้ง คราวนี้ยังไม่ทันได้เมารถ

แต่มะหมาของเราคงแปลกถิ่น หรือมีลางสังหรณ์ก็ไม่รู้

เข้าไปในคลินิกได้ หมอบกันตัวสั่น

เดือดร้อนให้ต้องอุ้มไปอุ้มมาให้เค้าฉีดยา วางยา

เด็กในร้านไม่ค่อยกล้าอุ้มมัน เพราะพอถามได้ความว่าเป็นบางแก้วก็รีบบอก

"บางแก้ว..หนูไม่ไว้ใจอ่ะพี่ ช่วยจับมันให้หน่อยละกัน"

ดีที่วางยาสลบแล้วไม่ต้องช่วยจับต่อ เพราะเราเองขืนเห็นเลือดอาจมีเป็นลมซะอีก

กว่าจะเสร็จก็เกือบ 2 ชั่วโมง สำหรับ 2 ตัว

มาถึงบ้าน ฟื้นได้ ก็พากันเดินโซเซ ข้าวปลาไม่กิน

ทำเอาเราเริ่มวิตกจริต ว่ามันจะเป็นไรมั๊ยเนี่ย?

ได้แต่รอว่าอีก 10 วันตัดไหม ทุกอย่างจะดีขึ้น

Friday, May 16, 2008

พาคุณหมาไปขึ้นเขียงล่ะ


วันนี้อุตส่าห์หยุดงานครึ่งวันบ่าย จะพามะมอม กับมะแมม มะหมาที่บ้านไปเจาะเลือดเตรียมทำหมัน

หลังจากตอนเช้าพาพ่อกะแม่ไปเจาะเลือดตรวจร่างกายที่ รพ. แล้ว

ไปกันถึง รพ. สัตว์ของ ม.มหิดล ศาลายาโน่น

ยังไม่ถึงครึ่งทาง มะแมมก็อ้วกออกมากองเบ้อเร่อ ดีที่พ่อยังจับมันอ้วกบนผ้ายางพื้นรถได้

(พ่อ) เลยเปียกอ้วกมันไม่เยอะ ส่วนเจ้ามอมไม่อ้วก แต่นอนน้ำลายฟูมปาก

เค้าอุตส่าห์ขับรถช้าๆ เปิดกระจกให้ลมเข้าแล้วนา

พอไปถึงปุ๊บ ก็อุ้มพวกมันลงมาพักกันบนพื้นหญ้า ก่อนจะขึ้นไปติดต่อ

ปรากฎว่าวันศุกร์บ่ายเค้าไม่ทำงานกันซะอีก (ทำไมเหมือนห้องฟัน รพ. เรางี้ฟะ)

เลยไปเสียเที่ยว และอุตส่าห์เลี่ยงเสาร์-อาทิตย์ ก็กลายเป็นว่าเปิดทุกวันซะอีก ....เฮ้อ

กลับมาถึงบ้าน เลยมีหมา 2 ตัว โซเซลงจากรถ แล้วก็เดินหายกันไปเรย

ต้องเอาขนมไปง้อถึงจะมานั่งดีด้วย

ไม่รู้ว่าคราวหน้าจะยอมกระดี๊กระด๊าขึ้นรถไปด้วยดีๆ หรือเปล่า

Monday, May 12, 2008

เก็บหนังมาเล่า เม้าท์เอามัน


"Coffee Prince"

ไม่ค่อยได้ดูหนังเกาหลีกะเขาหรอก เพราะเป็นพวกไม่มีความอดทน ขืนรอดูหนังเป็นสิบๆ ร้อยๆ ตอน คงทนรอตอนจบไม่ไหว ทุบทีวีพังไปซะก่อน

เพราะฉะนั้นบางเรื่องที่ทำท่าจะสนุก ก็จะซื้อหนังสือเรื่องย่อละครมาอ่านซะ ตามประสาคนใจร้อน (เคยขว้างหนังสือประเภทที่ตอนจบประมาณ...พระเอกจะตัดสินใจอย่างไร หรือ รักของทั้งคู่จะเป็นอย่างไร ติดตามได้ทางทีวีช่อง...ตูอุตส่าห์เสียเงินซื้อมานะเฟ้ย ดั๊นไม่บอกตอนจบ)

เรื่องรักวุ่นวายเจ้าชายกาแฟนี่ก็เป็นอีกเรื่องนึงที่ไม่ได้ดู..ถ้าเด็กๆ ในห้องยาไม่เปิดให้ดู

ดูไปดูมา นางเอกหน้าตาคุ้นๆ ฟ่ะ อ้อ เคยเล่นเรื่อง"เจ้าหญิงวุ่นวาย เจ้าชายเย็นชา" นี่เอง

แต่อย่างไรก็ดี มาดูเอาตอนใกล้ๆ จบแล้ว ประมาณว่าพระเอกจับได้ว่านางเอกเป็นผู้หญิงปลอมตัวมา แล้วก็โกรธใหญ่

ก็เลยมีรายการพากษ์อย่างเมามัน...ประมาณว่า

"ชั้นไม่คิดว่าเธอจะหลอกชั้นด้าย ออกไปห่างๆ นะนังชะนี"

หรือว่า

"ชั้นอุตส่าห์ทำใจอยู่ตั้งนาน ว่าเป็นเกย์แน่แล้ว แต่เธอก็มาหลอกชั้นได้เนี่ย"

จนเด็กๆ บอกว่า เจ๊..พอเหอะ จะดูหนังง่ะ

Monday, May 05, 2008

พรรคพวกเค้ามีบ้านใหม่กันแล้วง่ะ

หมู่นี้นอกจากจะไปเที่ยวเป็นงานประจำแล้ว

ยังมีงานอดิเรกไปตามบ้าน (ใหม่) ของพวกๆ กันแบบถี่ยิบ




ตั้งแต่บ้านใหม่ของพี่นาต-พี่โก้
ที่กฤษดานคร นครชัยศรี



คอนโด (เฉพาะตกแต่งก็) เรือนล้านของจุ๋ย
ที่บ้านกลางกรุง ราชเทวี




บ้านใหม่เปี่ยมศักดิ์-นงนุช
ที่บ้านนันทวัน land&house ราชพฤกษ์







เมื่อไหร่จะมีรูปถ่ายร้านขายยาใหม่ๆ ของเค้าบ้างล่ะเนี่ย ~อะฮื้อ....~

Saturday, May 03, 2008

อบรม New drug ที่เชียงใหม่

หลังกลับจากอบรมที่ รร. เอเชีย เราก็ขึ้นเครื่องไปอบรมที่เชียงใหม่กับเปี่ยมและกวงต่อ

คราวนี้เป็นหนแรกที่ขึ้นเครื่องบินไปอบรม ทุกทีจะไปรถไฟนอนกัน 12 ชม.

วันแรกๆ กินกันแต่ที่ food center ห้างเซ็นทรัลกาดสวนแก้วข้างโรงแรม ฝนก็ตกเกือบทุกวัน

วันหลังๆ เลยได้ออกไปกินข้างนอกกันบ้าง


อย่างบุปเฟ่ต์หมูกระทะ ที่กินกันจนแน่นท้อง






ร้าน Good view ริมปิง






ชวนน้องชายไปเล่นโบว์ลิ่ง (ระหว่างอบรม) อีกต่างหาก






เอมารับไปเที่ยว 2 วันแน่ะ






ไปดอยสุเทพกัน (ขับแบบไม่เสียวเหมือนจุ๋ย)











ตัวมอมบนดอยสุเทพ











จากนั้นก็ไปกินขันโตกดูการแสดงกันที่ศูนย์วัฒนธรรมเชียงใหม่



ไม่ได้ไปตะลึงตึงๆ ที่ monkey culb ตามที่จุ๋ยแนะนำ แต่แค่นี้ก็สนุกแระ

ส่วนเรื่องที่ไปอบรมอ่ะ...หลับซะส่วนใหญ่ จนน้องที่นั่งข้างๆ (ไม่รู้จักกัน) บอกว่าพี่กินลูกอมของหนูได้นะ.....แป่ว

Saturday, April 26, 2008

ถึงฤดูกาลอบรมแล้ว...เย้


กระดี๊กระด๊ามาตั้งแต่ต้นเดือน ว่าเดือนนี้อู้งานไปอบรมได้ตั้งอาทิตย์กว่าๆ
ถึงสงกรานต์จะไม่ค่อยได้หยุด แต่ก็อยู่เวรชิล ชิล
แต่ยิ่งใกล้อบรมยิ่งเหงื่อตก....
จากทั้งความร้อน
และรายจ่ายทั้งหลายที่โถมเข้ามา ทั้งบัตรเครดิต ทั้งค่าประกันชีวิต และคุณนายสุนีย์จะไปเที่ยวเมืองนอกซะอีก
พอได้ไปจริงๆ เลยเรื่อยเฉื่อยกว่าที่คิด ขาไปมีรถคณะรับจากโลตัสนครชัยศรีแล้ว (รอตั้งครึ่งชม.)
ส่วนขากลับหลอกให้จุ๋ยมาส่งได้ แลกกลับยอมไปยืนให้อวดคอนโดใหม่ 1 ชม.
ทีแรกไปถึงนึกว่าจะโดนใช้งานสุดๆ ที่ไหนได้มีคนทำงานเต็มไปหมด เลยได้แต่ติด poster แล้วก็เข้าไปนั่งฟัง ทำตัวเป็นผู้เข้าร่วมประชุม
จนเบื่อๆ เดินออกมานอกห้องบ้าง เลยได้งานเป็นคนรับจองหนังสือ ที่บรรดา อ. นำมาจำหน่ายกัน
แล้วก็คุยโน่นนี่กับพวกอาจารย์ พี่ๆ น้องๆ ...เฮฮา
ตอนกลางวันก็กินฟรี มั่วนั่งโต๊ะ VIP อีกต่างหาก
บ่ายก็รอเวลานัดพี่ยี้กับจุ๋ยออกไปกินข้าวเย็นกัน
ทีแรกว่าจะไปช้อปปิ้ง platinum กะ พันธุ์ทิพย์ ที่ไหนได้พี่ยี้ไปกับพวกซะก่อนแล้ว แถมฝนทำท่าจะตก เลยนั่งรอพี่ยี้อยู่ในห้อง
พอพี่ยี้มาถึง ก็หมดเนื้อหมดตัวไปกับค่าประกัน
กว่าจุ๋ยจะเลิกงานมาได้ และกว่าจะตกลงกันได้ว่าจะกินกันที่ไหนดี ก็ปาเข้าไปเกือบ 6 โมง ฝนก็ตกหนัก
สรุปว่าจุ๋ยเห็นว่าเพื่อนบ้านนอกมาทั้งทีเลยพาไปสยามพารากอน กินข้าวร้านไฮโซ
เดิน - นั่ง ย่อยอาหาร ดูชาวบ้านเค้าเดินจับมือกันเป็นคู่ (ชาย-ชาย)

* ดูเขาเดินจับมือกัน ผ่านไปทีละคู่ดูแล้วรู้สึกเดียวดาย ทำเป็นยิ้มเดินสวนไป
ดูฉันสิไม่ดีเลย ไม่มีคนมาสนใจเงียบจนได้ยิน เสียงหัวใจตัวเองร่ำร้อง
** อยากมี SOMEONE SOMEONE กุมมือฉันเวลาไปไหน
SOMEONE SOMEONE สักคนให้ฉันจับมือไว้
ให้ทุกก้าวที่เดินไม่สับสน ให้ถนนที่ดูกว้างไกลแคบลงมา แคบลงมากกว่านี้

แล้วก็ไปกินไอติมกันต่อ
เดิมที่ว่าจะพาบ้านนอกไปดูคาบาเร่ต์ที่โรงแรมเอเชีย (ที่นอนอยู่นั่นแหละ)
ก็อดเรย....โฮ
อุตส่าห์ไปคุยไว้ซะเยอะดั้ว
วันกลับนึกว่างานจะเบาแล้ว แต่พอบอกจะกลับ (ตอนเบรคบ่าย) เท่านั้นแหละ
โดนใช้นู่นนี่สารพัด....อดช้อปอีกแล้วตู
ทำไปหน้าหงิกไป (หัวก็หงิก..แต่กำลังจะไปยืด)
ยิ่งตอนใกล้ 4 โมงเย็น ต้องแจกเสื้อ ถึงกับต้องแปลงร่างเป็นแม่ค้าตลาดนัด "เร่เข้ามาๆ เบอร์ L ทางนี้จ้า....ตัวสุดท้ายแล้วจ้า ใครเร็วใครได้"
เสร็จแล้วก็ชิ่งกลับอย่างรวดเร็ว ..กลัวใช้ต่อ
แต่ก็ต้องไปนั่งรอ PM เลิกงานอยู่ดี หลังจากเป็นบ้านนอกชมคอนโดเสร็จก็ได้ฤกษ์กลับบ้าน
มาถึงบ้านหมา 2 ตัวจำไม่ได้อีก..เห่ากันซะยกใหญ่........เฮ้อ
รอเวลาไปอบรมเชียงใหม่ต่อ อาทิตย์หน้า ^_^

Friday, April 18, 2008

เฮอาเลี้ยงส่ง 2 แพทย์

เมื่อคืนวาน พวกเราพากันไปเลี้ยงส่ง "หมอกู้" พญ.เสาวลักษณ์ ที่จะย้ายหนีไป รพ. บางปลาม้า สุพรรณฯ


กับ "หมอพันธุ์" ทพ.สิทธิพันธุ์ ที่จะไปเรียนต่อ ถึง ม.เชียงใหม่


ไอเดียเจ้าโอมตัวแสบอีกเช่นเคย ที่จะหาเรื่องไปกิน ไปร้อง กันข้างนอก


พอเห็นว่าทาง รพ. จะเลี้ยงส่ง หมอ หมอ กันวันที่ 24 เม.ย. ที่เราไปอบรม ก็เลยถือโอกาสชวนออกไปเลี้ยงกันก่อน


พวกเราเลือกร้านโกเท้ ที่มีทั้งอาหารและห้องคาราโอเกะ

อาหารอร่อยอย่างที่มีคนแนะนำ

แต่คาราโอเกะเป็นแบบคอมพิวเตอร์ เลยไม่ค่อยถูกใจเหมือนกับแบบที่มี music vdo ด้วย

อย่างไรก็ตาม พวกเราก็สนุกเฮฮา กันอย่างในรูปนี่แหละ


ขนาดอยู่ในห้องคาราโอเกะยังไม่วายบ้ากล้อง


หมอปุ้มมาช้ากว่าเพื่อน แต่ไม่ยอมวางไมค์เลย

Wednesday, April 16, 2008

ฉันรัก "เขา"

"เขา" ทำให้ฉันได้เรียนรู้ว่าบางครั้งการเฝ้ามองอยู่ไกลๆ ในระยะห่างที่เหมาะสม และในช่วงเวลาที่ลงตัว กลับงดงามยิ่งกว่าการขยับเข้าไปอยู่ใกล้

ขณะที่บาง "เขา" ก็ต้องก้าวเข้าไปให้ใกล้กว่าแค่เห็น เพราะคุณค่าที่แท้นั้นจะรับรู้ได้ก็ต่อเมื่อผ่านกาลเวลาและเรื่องราวมาด้วยกัน

แต่ไม่ว่าจะต้องมองจากมุมไกล หรือได้เข้าไปใกล้ชิด

ถึงอย่างไร ฉันก็ยังรัก "เขา"


***คัดลอกจาก ปิยะฤทัย ปิโยพีระพงศ์ นิตยสาร anywhere Nov. 2006***

เพราะคุณนายสุนีย์ที่รักถึงกับตัดพ้อ หลังจากไปตรวจสายตาที่ รพ.วัดไร่ขิงมา ว่าเนี่ยประสาทตาแม่ใช้งานได้อีกแค่ 20% (แต่ปากแม่ใช้หนูได้ 300% เรยอ่ะ) พาแม่ไปทำ passport มาก็แล้ว ไม่คิดจะพาแม่ไปเที่ยวก่อนตาจะบอดบ้างเชียวเหรอ?

อ้ะ ตามประสาลูกกตัญญู ก็เลยอุตส่าห์หาที่เที่ยวให้ ทีแรกจะไปเมืองจีนกัน แต่ก็มีคนทักว่าเดินไกล ห้องน้ำห้องท่าลำบาก แถมปีนี้มีกีฬาโอลิมปิก คนมากๆๆๆ

คุณนายเลยจะเปลี่ยนไปสิงคโปร์แทน ...ใกล้ๆ

ก็หาทัวร์ และสมาชิกที่จะไปด้วยจนจะเสร็จเรียบร้อย

แต่พอคุณนายเขาโทรไปคุยอวดน้องสาวเขา (น้าเราเอง) โดนบอกให้ฟังว่าสิงคโปร์จะมีอาไร้

คุณนายเลยเกิดเปลี่ยนใจซะงั้น ร้องจะไปจีนอย่างเก่า

เวรแท้ๆ...เกิดมาเป็นลูก (คนเดียว) เนี่ย ต้องสรรหาทัวร์จีน ที่ไปไม่นาน มีช้อปปิ้ง และไม่เดินขึ้นที่สูง ให้คุณนายเขาใหม่

ครั้นโทรไปปรึกษาผู้จัดการทริปแผนกต่างประเทศ ก็โดนด่าเรื่องภาษาไม่แข็งแรงมาซะอีก (ตรูต้องการข้อมูลนะเฟ้ย) ...เจ็บใจ เจ็บใจ๊

สรุปว่าก็ต้องมาหาเอาเองอย่างเก่า ได้คร่าวๆ เป็นทัวร์เซี่ยงไฮ้-หังโจว-ซูโจว-โจวจวง

แต่ถ้าไปเจออากาศหนาว หรือต้องเดินขึ้นเขา (นิดหน่อย) ก็อย่าว่ากันเรยนะแม่

ก็หนูรัก"เขา" นี่ .....ฮี่ฮี่ฮี่

ไว้คราวหน้าจะพาไปดำน้ำ (คุณนายว่ายน้ำไม่เป็นซะด้วย) เพราะยังไง นู๋ก็ยังรัก"ทะเล" มากฝ่า "เขา" อยู่ดีอ่ะแหล่ะ

Sunday, March 30, 2008

มีเพื่อนเป็นนักเขียนแว้ว...

เมื่อวันเสาร์ 29 มี.ค. ที่ผ่านมา ไปงานสัปดาห์หนังสือ ที่ศูนย์ฯสิริกิตติ์ กับอ๋อย

แบกหนังสือกันคนละ 5 - 6 โล พร้อมๆ กับเดินเบียดกับชาวบ้านไปตามบูธในงาน


ท่าทางอ๋อยจะเสริมสปริงไว้ในลำตัวด้วย


เพราะเห็นคนที่เดินเข้ามาชน กระเด้งออกไปกันเป็นแถว 555


ซื้อกันเกือบเสร็จพวกเราก็ยังอุตส่าห์ไปเช็คเรตติ้งให้หนังสือ


"เบิ่งลาว ซินจ่าวเวียตนาม"


ของคุณพี่โย่ง วีรศักดิ์ เทียนธนะวัฒน์


ที่วางแผงเป็นวันแรก


อ๋อยอุตส่าห์ทิ้งงาน พริตตี้ 10 ล้อ ฮีโน่ ที่ไบเทคบางนา


มาเป็นพรีเซนเตอร์ให้หนังสือ

ก็หวังว่ามีรูปนี้แล้วคงจะขายดีเป็นเทน้ำทิ้งนะ

Thursday, March 27, 2008

โว้ย วีนแตก


ร้อนๆ อย่างนี้ ขนาดทำงานในห้องแอร์ยังไม่วายปรอทแตก

เมื่อวันจันทร์ไปทำงาน คนไข้ก็ตู้มๆ เหมือนเคย

ก้นยังไม่ทันร้อน...ง่ะ ทำไม order มันเป็นพะนี้เล่า

พอถามไปยัง OPD ก็ได้ความว่า ตกลงกันไว้ว่าจะจ่ายยาแบบ 14, 24 วัน (ตกลงกะใครฟะ?)

เลยต้องจ่ายยา ประมาณ 112 , 168 เม็ด ให้คนไข้....แมร่ง

ปวดประสาท เพราะต้องคอยระวังว่าจะผิดจำนวนหรือเปล่า เดี๋ยวคนไข้มาด่าอีกว่าให้ยาไม่ครบ

บอกได้คำเดียว......เซ็ง เซ็ง

Saturday, March 22, 2008

ร้อน ร้อน ร้อนแล้วจ้า

โหย ร้อนๆ......จะเริ่มหน้าร้อนอีกแล้วครับท่าน

ดีอยู่หน่อยที่ได้ไปทะเลมาเมื่อคราวก่อน


คราวนี้ก็มีแผนจะไปเที่ยวกันอีกแล้ว


...แต่ไม่อยากจะเชื่อเลยว่าแทนที่จะไปเที่ยวทะเล หรืออะไรที่มันเหมาะกะหน้าร้อน


กลายเป็นจะไปเที่ยวกันในแอ่งกระทะ (ในเรื่องเพชรพระอุมา) ที่ร้อนสุดๆ ที่สังขละบุรี เมืองกาญจน์


ดีที่จุ๋ย คนต้นคิด จะขับรถไปเองนะเนี่ย


ถ้าให้เราขับ ก็กะว่าจะพาหลงไปแถวระยอง หรือตราดแทน


ก็แหม..ถ้าไม่ over heat เหมือนตอนเด็กที่ไปลำปางแล้วอยู่ๆ ก็มีผื่นขึ้นเต็มตัวแบบฉีดยาก็เอาไม่อยู่ จนหมอต้องบอกให้แม่พากลับนครปฐม ก็คงดีหรอก


ขนาดอยู่บ้าน คุณหมายังร้อนอย่างนี้เลยอ้ะ.........

Sunday, March 16, 2008

ได้ขึ้นปกนิตยสารแระ




หันไปบ้าเล่น Hi5 อยู่พักใหญ่ จนไปเห็นว่าเจ้าโอมเจอเวปที่เอารูปตัวเองขึ้นปกนิตยสารดังๆ ได้

เลยบอกให้อ๋อยลองทำมั่ง เพราะคอมเรากว่าจะโหลดได้แต่ละทีรอนานเป็นชาติ

อ๋อยก็จัดให้เร็วทันใจ มีภาพหมู่อยู่บนปก Sexy ส่วนรูปเดี่ยวของเราได้ขึ้นปก Cosmopolitan

เลยมีอานิสงค์ไปถึงจุ๋ยที่ได้ขึ้นปก Maxim กะเขาด้วย (หลังจากขึ้นปก FMP กับเอ๋เมื่อปีที่แล้ว..ฮี่ ฮี่)

งานแต่งเจี๊ยบ 9 มี.ค. 51


ว่าจะเขียนลงบล๊อคตั้งนานแล้วแต่ก็มีงานโน่นนี่มาแทรกซะเรื่อย เลยปล่อยไว้จนลืม

จนเห็นอ๋อยสร้างบล๊อคใหม่ เขียนแล้วเขียนอีกโน่นแหละ ถึงได้นึกขึ้นได้ว่าตูเองก็ยังไม่ได้อัพนี่หว่า

งานนี้โต๊ะเรานั่งกัน 9 คน เกือบเต็มโต๊ะ มีเรา หมอปุ้ม โอ๋ ออย พี่ปุ๊ย พี่เอนก พี่นะ ซิ้ม และน้องพิม

อาหารวางปุ๊บ ก็หมดปั๊บ ขนาดหาเรื่องมาคุยกันกะว่าคงมีคนเผลอบ้างล่ะ

แต่ปรากฎว่า คุยกันแบบมือนึงถือตะเกียบไปด้วยมันก็เลยไม่มีใครยอมใคร

จนถึงของหวานร้อนจานสุดท้ายก็ยังมีรายการพรึ่บเดียวหมดเหมือนจานก่อนๆ

ได้แต่ทิ้งท้ายกันก่อนกลับว่า งวดหน้า (ไม่รู้งานใคร) เราแยกนั่งกันคนละโต๊ะเหอะ

Sunday, March 02, 2008

Death Note สมุดโน๊ตกระชากวิญญาณ(รัก)


เห็นว่าหนังโรงออก Death note ภาค L ออกมาฉาย ก็เลยเกิดคำถามว่า เรื่องนี้มันมีอะไรดีฟะ?

จากนั้นก็ไปเช่าการ์ตูนมาอ่าน แต่เจ้ากรรม ที่ร้านหนังสือดันมีแต่เล่ม 1 แล้วก็ไปโผล่เล่ม 10 โน่น (น้องคนให้เช่าบอกว่าเล่มอื่นหายหมดเรยพี่)

เอาก็เอา อ่านเล่ม 1 เล่มเดียวก็ได้ เห็นว่าลายเส้นใช้ได้ และสำนักพิมพ์เนชั่น แปลดีอ่านรู้เรื่อง

พอได้อ่านจริงๆ จะบอกว่าสนุกมากก็คงไม่ถูกนัก เพราะอ่านแล้วมีความรู้สึกร่วมว่า ตัวเอกทำแบบนี้ถูกต้องแล้ว จริงหรือ?

และถ้าเราเป็นตัวเอก จะทำแบบนี้ด้วยป่าว? (คำตอบคือทำอ่ะ...แย่ๆ)

เพราะฉะนั้นก็เลยเกิดความรู้สึกอย่างรุนแรงว่าอยากติดตามต่อ ว่าจะเป็นไงต่อไป

มีเหยื่อให้ไถ VCD มาดู 2 เจ้าด้วยกัน คือ อ๋อย กะ โอม

ไม่นึกว่าจะได้น้ำใจจากทั้ง 2 เจ้ามาคนละ 4 แผ่น (ทุกทีจะปิ๋วหรือลืมกันซะมากกว่า)

แต่ก็ยังไม่ได้ดูจนบัดนี้..........

เพราะช่วงที่ผ่านมานอกจากเนตที่ห้องยาจะเสียจนไม่ได้เล่นไปพักใหญ่แล้ว

ยังไปโน่นไปนี่ กลับบ้านดึกเกือบทุกวัน แถมยังพาพรรคพวกไปลันล้ากันที่เกาะทะลุกันมาอีกต่างหาก

กลับจากเกาะทะลุก็มีประเด็นจะเปิดร้านของเจ้าโอมเข้ามาแทรก ทั้งไปช่วยดูทำเล (พร้อมช่วยต่อราคา) และไปหาซินแสดูฮวงจุ้ย

พูดถึงซินแส ไหนๆ ก็ไปแล้ว เลยดูดวงตัวเองไปด้วยซะเลย

ซินแสยังอุตส่าห์ให้กำลังใจว่า (คง) ได้แต่งภายใน 5 - 6 ปีนี้แหละ แต่ยังบอกให้เซ็งว่าช่วงที่ผ่านมาก็มีเข้ามานี่...นึกไม่ออกเหรอ

นั่งนึก นอนนึก ตะแคงนึก ก่ายหน้าผากนึก.......ไม่เห็นมีเลยอ่า.........

หรือว่าตูโง่จนไม่รู้ว่าใครมาจีบบ้าง -_-'

อ้อ ...แล้วก็เช่านิยายมาอ่าน ไม่ค่อยสนุกแต่ก็มีเรื่องตัวกามเทพมาเกี่ยวในเรื่อง

เลยคิดเอาเองว่า ถ้าเปลี่ยนจาก Death note เป็น Love note บ้าง

.......ตูจะเขียนใส่ให้สนุกไปเรย....ฮี่ ฮี่................


หมายเหตุ นานๆ อัพบล๊อครวมหลายๆ วันอย่างนี้มันก็มั่วดีเนอะ