Monday, February 11, 2008

Valentine's tag


1. ถ้าไม่เลือกสีชมพูเป็นสีของวันแห่งความรัก แล้วจะเลือกสีอะไรดี และทำไม
สีแดง เพราะเป็นสีโปรด...ม่ายช่าย เพราะเป็นอีกสีของความรัก รุนแรง เร่าร้อน และพร้อมจะเผาผลาญคู่รัก (ให้พวกมันกลายเป็นจุลไปยิ่งดี...อิจฉาเฟ้ย)

2. นิยามความรักฉบับของตัวเองมาซัก 3 ข้อ และอธิบายสั้นๆ
1. เข้าใจ – ความรักความเข้าใจมันก็มาพร้อมๆ กันน่ะแหละ ถ้าไม่เข้าใจแล้วรักมันก็เป็นแค่ความหลงเท่านั้น
2. ปกป้องคุ้มครอง – ไปติดใจนิยายที่ประดาพระเอกสุดเก่งทั้งหลายเค้าดูแลปกป้องนางเอก ก็เลยอยากให้ความรักของตัวเองเป็นแบบภาวะที่ต้องพึ่งพาอาศัยบ้างอ่ะ
3. ความสุข – เพราะความรักเป็นความสุข ถ้ารักอย่างมีสติ ปรารถนาให้คนที่เรารักเป็นสุข “ไม่มีอะไรที่ดีไปกว่า ของรักของเราอยู่ในที่สูงและปลอดภัย – ทมยันตี” ตอนนี้ตัวเองก็อยู่บนที่สูง (คาน) และ (หน้าตา) ปลอดภัย....ฮี่

3. ในวันแห่งความรักที่จะมาถึงนี้จะโทรไปบอกรักใครเป็นคนแรก และเพราะอะไรถึงเลือกเค้าคนนี้
โห...คงมีคนให้โทรหรอก...หนุ่มจะโทรมาหาในวันนั้นยังไม่มีเลยม้าง...เศร้า

4. ถ้าจะต้องซื้อของขวัญ 1 ชิ้นให้กับคนที่เรารักจะซื้ออะไรให้ดี และเพราะอะไรถึงเลือกของขวัญชิ้นนี้ให้
ก็ต้องให้..ในสิ่งที่เขาอยากได้ ถึงจะเป็นสิ่งที่ดีที่สุด (ถ้ามีปัญญาซื้ออ่ะนะ)
แต่ของขวัญสำหรับวาเลนไทน์แรก (และแฟนคนแรก..เมื่อปูนนี้) คงจะเป็นสิ่งของที่เป็นรูปหัวใจ แทนหัวใจของเรามอบให้อ่ะ (น้ำเน่าไปป่าวเนี่ย)

5. ถ้าให้เลือกว่าในวันแห่งความรักจะไปเดทกับใครก็ได้ จะเลือกไปเดทกับใคร
ขอนอนอยู่บ้าน และเล่นกับหมา ไม่ต้องไปทำงานซักวันได้มั๊ย
แต่ถ้าจะออกไปเดทจริงๆ ขอไปกับซุนโงกุน (มีลูกเมียแล้วก็ไม่เป็นไร) จะได้ขี่หลังบินรอบโลก และกินไม่อั้นตามโงกุนอ่ะ...ฮี่ ฮี่

น้องหมา ซ่ากำลัง2




เจ้าหมา 2 ตัวเริ่มคุ้นกับบ้านใหม่แล้ว

และก็มีชื่อใหม่ (อีกครั้ง) ว่า มอม - แมม

หลังจากที่พ่ออุดรั้วจนมัน (คง) มุดออกไปไม่ได้ ก็ปล่อยให้วิ่งเล่นกันในบ้านตามสบาย

วิ่งไปวิ่งมา ตามพ่อไปช้อนปลาในกระชังหน้าบ้าน จนตกน้ำ!!

ทีแรกพ่อก็ไม่เห็น เพราะต้องหิ้วปลากลับเข้ามาในบ้าน ได้ยินแต่เสียงดัง "ตุ๋ม"

มองไปทางลูกหมา ...เหลืออยู่ตัวเดียว -_-'

อีกตัวลงไปตะกายอยู่ในน้ำ ต้องไปช้อนขึ้นมา..เหมือนปลา

แต่ยังไงก็ไม่เข็ด หลังจากนั้นก็ยังซนกันได้เหมือนเก่า

ยิ่งตอนที่เราอยู่บ้าน ยิ่งเห็นกันไม่ได้ ต้องมาตะกาย เลียทำความสะอาดให้ทั่วตัว ทั้งหน้าตา หัวหู

จับได้ตัวหนึ่ง อีกตัวก็มาทำหน้าที่แทน.....เฮ่อ

เอาพฤติกรรมไปฟ้องพี่ปลา เจ้าของเก่า ตบท้ายด้วยการบอกว่า "หัดว่ายน้ำให้มันแล้วนะพี่"

ทุกคนเอาแต่หัวเราะ แล้วก็บอกว่า หมามันก็นิสัยเหมือนคนที่จับมาอ่ะแหล่ะ......แป่ว

Thursday, February 07, 2008

พาสปอร์ตใหม่ กะใจดวงเดิม


ตั้งชื่อแนวละครเกาหลีอีกแระ แต่ไม่มีอะไรเกี่ยวข้องกับละครเกาหลีเลย นางเอกไม่ได้ตายตอนจบ พระเอกไม่ได้พลัดพรากจากนางเอกมาหลายปี ฯลฯ


แค่วันนี้ต้องลาครึ่งวันและแหกขี้ตาตื่นพาแม่ และมีอ๋อยไปด้วย ไปทำ e-passport กันถึงกระทรวงวัฒนธรรมโน่น


ดีที่ไปแต่เช้าไม่เจอรถติด ไม่งั้นอาจจะมีเฉี่ยวชนได้ เพราะขับเอง และขับช้าไม่เป็น !!


ขับไปพลางก็คอยดูว่าอ๋อยจะนั่งน้ำลายฟูมปากเหมือนเจ้าฟัก-แฟงที่นั่งมากับรถเมื่อ 2 วันก่อนหรือเปล่า


ขนาดมาแต่เช้ายังได้คิวที่ 27 - 28 โน่น กว่าจะทำเสร็จก็ 9.30 แต่ก็ถือว่าเร็วแล้วล่ะ


รูปถ่ายติด passport งวดนี้ดูไม่จืดอีกตามเคย มีดีอยู่อย่างเดียวคือ ส่วนสูงเพิ่มขึ้น 2 ซม. (หัวฟูก็ดีตรงเนี้ย)


คราวนี้กะจะพาคุณนายสุนีย์ไปเที่ยวเมืองจีน ให้คุยกะชาวบ้านได้ว่าตูก็ไปเที่ยวเมืองนอกมาเหมือนกันเฟ้ย


นาน น้าน จะกตัญญูกะบุพการีซะที ^_^




Tuesday, February 05, 2008

ต้อนรับสมาชิกใหม่

ตอนนี้ที่บ้านมีสมาชิกใหม่ 2 ตัวด้วยกัน

เป็นน้องหมาบางแก้วพันธุ์ทางตัวเมีย อายุ 3 เดือน

พี่พยาบาลที่ รพ.ให้มา หลังจาก (อ้อนวอน)ขอมาเมื่อ 2 เดือนที่แล้ว

จริงๆ กะจะให้น้องชาย 1 ตัว แต่ไหนๆ ก็ไหนๆ เอาหมดเลย 2 ตัวก็แล้วกัน

ทีแรกแม่ตั้งชื่อไว้ว่า ตาล กะ ตุ่น (ส่วนที่เราตั้งชื่อก็มี หอยลาย - หอยแมงภู่, สร้อยฟ้า - ศรีมาลา ฯลฯ ...แน่ใจนะว่าชื่อหมา)

แต่สงสัยจะเรียกยาก แม่เลยเปลี่ยนภายใน 24 ชั่วโมงเป็น ฟัก - แฟง

คาดว่าหมามันคงงงๆ อยู่ ว่าตกลงชื่ออะไรแน่ เพราะทุกคนเรียกตามใจฉัน

ส่วนเราจำตัวหมาไม่ได้ เลยเรียกตามสีปลอกคอ คือ เขียว - แดง -_-'

ที่แน่ๆ คือมันซนสุดๆ เลี้ยงได้ 2 วัน ตัวเราลายเป็นแตงไทยเลย (โดนข่วน)

ไม่รู้ผูกใจเจ็บตอนไปรับมันมาหรือเปล่า ที่จริงก็ไม่ได้ขับเร็วอะไรนะ แต่มาถึงบ้าน ทั้ง 2 ตัวน้ำลายฟูมปาก มีอ้วกนิดหน่อยอีกต่างหาก

Sunday, February 03, 2008

1 - 3 ก.พ. 51 ไปทำบุญที่ลำปางมา

ปีนี้เปิดศักราชมาก็ได้ขับรถไกลเลย (ที่จริงปีที่แล้วไปก่อนช่วงนี้ และไปถี่ด้วย)

ไปทำบุญครบวันตาย 1 ปีให้น้านิด
คราวนี้พ่อไว้ใจ ให้ขับไปกับแม่ 2 คน หลังจากไปเช็คสภาพรถ (ที่จ่ายไปแค่ 290 บาท ไม่เหมือนโตโยต้าของบางคน..ฮี่ ฮี่) จนพร้อมก็เดินทางได้

เมื่อปีที่แล้วขับไปหลายครั้ง คราวนี้เลยแม่นมากเรื่องเส้นทาง (แต่ยังหลับตาขับไม่ได้นะ) ปั๊มน้ำมันอยู่ตรงไหนบ้าง

แต่งวดนี้เห็นแล้วก็ใจหาย เพราะปั๊มรายทางปิดไปหลายปั๊ม รวมทั้งบางจากที่เราชอบแวะกินข้าว (แต่ไม่เติมน้ำมัน) ที่ร้านนัดโภชนา นครสวรรค์

เลยไม่ประมาท เติมน้ำมันจนเต็มถัง และก็ไม่รอให้น้ำมันจะหมดไม่หมดแหล่เหมือนก่อน

คุณนายสุนีย์ยื่นคำขาดว่าไม่ให้ใช้บัตรเครดิตเติมน้ำมัน เลยต้องพกเงินไปเยอะหน่อย

ระหว่างทางยังเจอฝนตกหนัก ขนาดต้องเปิดไฟวิ่งอีกต่างหาก ทางด้านน้องชายที่มาจากโคราช ใช้เส้น จ.เลย ก็เจอมาเหมือนกัน

โดนเรียกตรวจใบขับขี่พร้อมทั้งสั่งสอนว่าอย่าขับเร็วสิครับ แค่หนเดียวเอง (ทุกทีโดน 4 หน ไป 2 กลับ 2) เพราะงวดนี้เป็นเด็กดีขับแค่ 110 ไม่เหยียบ 130 - 140 เหมือนก่อน

ขับไม่เร็วก็ประหยัดน้ำมันได้อีกระดับหนึ่งเหมือนกัน

ยังยิ้มให้กล้องตรวจจับความเร็วตอนขากลับที่ จ. ตากเลย (แต่ลืมชู 2 นิ้วด้วยสิ)



คราวนี้ลุงหาวัดให้พวกเราทำบุญเป็นคนละวัดกับที่ทำบุญ 100 วัน

ชื่อวัดสิงห์ชัย อยู่ข้างบ้านเก่าที่แม่เคยอยู่กับตายายก่อนแต่งงาน

ตอนเรายังเด็กก็ยังจำได้ว่าไปหลายครั้งอยู่


และก็ติดใจสิงห์ (ที่ไม่คล้ายสิงโต) หน้าวัด ที่เป็นศิลปะทางเหนือ แต๊ๆ

คราวนี้เลยถ่ายรูปมาด้วย


พูดถึงบ้านที่วัดสิงห์ชัย เมื่อก่อนผู้คน รวมทั้งลูกพี่ลูกน้องเราที่เป็นผู้อาศัย เรียกบ้านหลังนี้ว่า "บ้านผีสิง"

เนื่องจากอยู่ข้างวัด 1 และมีประวัติอันยาวนาน 1

และสำหรับเราเองที่อายุยังไม่ถึง 8 ขวบ ก็มีประสบการณ์ทางวิญญาณ? หนแรกก็ที่บ้านนี้แหละ

จะเรียกว่าโดนผีหลอกก็ไม่ถูก เรียกว่าทักทายน่าจะเหมาะกว่า เพราะรู้สึกว่ามีใคร (ทั้งที่ไม่มีใคร) มาตบที่บ่า ตอนที่ให้ลูกพี่ลูกน้องแบกขึ้นหลัง (จะเห็นว่าเด็กขนาดที่คนแบกได้) ขึ้นบันไดบ้านไปชั้นบน

พอโวยวายสติแตก ก็มีคนปลอบว่าสงสัยคุณตามาทัก....

ก็เลยหายกลัว? แต่ก็ไม่กล้าขึ้นบันไดคนเดียวอีกเลย

หลังจากนั้นก็ยังไปอีกหลายหนตอนปิดเทอม แต่จำไม่ได้แล้วว่าเจออะไรอีกหรือเปล่า

พอไปงวดนี้..เห็นตรงที่เคยเป็นบ้านเก่า กลายเป็นอาคารพาณิชย์แล้วก็ปลง

ปล่อยให้อารมณ์คนแก่เข้าครอบงำอยู่พักนึงว่า ที่ตรงนี้ เมื่อก่อนมีบ้าน มีต้นไม้ และหลายๆ อย่างที่พอจำได้ และเคยมีเรา (ที่น้ำหนักน้อยกว่า 30 กิโล) วิ่งเล่นอยู่ ...เดี๋ยวนี้ไม่มีแล้ว

เหมือนกับราคาน้ำมันที่เคย 14 บาท/ลิตร... เดี๋ยวนี้ก็ไม่มีแล้ว


หักมุมจบเกินไปมั๊ยเนี่ยเรา ^-^

Saturday, January 26, 2008

10 Tag รูปที่บ่งบอกความเป็นคุณ


1. คนปีขาลนั้นเกิดมาเป็นผู้นำ ชอบเสี่ยง กล้าทำตามความเชื่อของตนเอง


2. กล้าแสดงออก มั่นใจในตัวเอง บางครั้งก็มั่นใจเกินไป

3. เอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ แม้จะดูเห็นแก่ตัวไปบ้างในเรื่องเล็กๆ น้อยๆ แต่จริงๆ ก็ใจกว้างไม่เบา

4. ถึงจะมีบุคลิกน่าเกรงขาม แต่ก็ตื่นตัวอยู่เสมอ เฮฮา ร่าเริง

5. ชอบอยู่ในหมู่เพื่อนฝูง

6. คิดว่าตัวเองโชคดี และมีโชคมาเยี่ยมเยียนสม่ำเสมอ

7. ชอบการท่องเที่ยว โดยเฉพาะทางน้ำ

8. ชาวปีขาลรักการผจญภัย ชอบความตื่นเต้น ชอบเสี่ยง แต่มักทำก่อนคิด และเป็นคนอารมณ์ร้อน

9. คนที่เกิดวันอังคารในเดือนเมษายนหรือพฤศจิกายนจะมีความคิดสร้างสรรค์ที่โดดเด่นมาก (ในแบบแปลกๆ)

10. ชอบให้คนอื่นยอมรับ เป็นที่สนใจ และชอบให้คนดูแลเอาใจ

Friday, January 18, 2008

งานแต่งเอก 18 ม.ค. 51


อุตส่าห์ลงทุนแหกค่ายดูงานพิษณุโลก - แพร่ ของ สสจ. นครปฐม กลับมาร่วมงานแต่ง

ปีนี้เพื่อนเราขายออกเป็นคู่ที่ 2 ภายในเดือนเดียว

เหมือนกับจะบอกว่าวัยปูนนี้แล้ว ถ้าเลยช่วงงานไปก็คงจะเหลือไปอีกหลายๆ ปี

...เอ้า ไม่ว่ากัน....

ที่จริงเอกเนี่ยเป็นเพื่อนใหม่ เพราะตอนเรียน ก็เรียนกันคนละห้อง บังเอิญได้ไปเที่ยวด้วยกันตอนหลังๆ นี่เอง

อาศัยว่าเรียน พ.ป. มาด้วยกัน เลยคุ้นเคยกันง่าย

เพื่อนเภสัชถามว่า (ยัง)ไปรู้จักกับชาวบ้าน (6/4)เขาด้วยเหรอ?

บ่อยเข้า..ตอบจนเริ่มเซ็ง เลยบอกว่าตูย้ายห้องแล้วเฟ้ย

เพราะรู้สึกว่าติดต่อกับ 6/4 พ.ป. มากกว่าห้องตัวเอง (6/2) ซะอีก

ไปงานแต่งชาวบ้านเขา (เป็นแค่แขก) ก็ยังรู้สึกดีนะเนี่ย...มีเรื่องมงคลตั้งกะต้นปี



อ้อ ใบเซียมซีหลวงพ่อพุทธชินราชว่าไว้

"ใบที่เจ็ดได้ โฆษกกุมาร

ถูกรุกรานผลาญชีพอยู่ข้างหลัง

กุศลกู้ชูไว้ได้ประทัง

มาภายหลังสวัสดีมีโชคชัย

ถูกใบนี้ที่เผดิมก็เริ่มร้าย

แต่ตอนปลายสิ้นทุกข์สิ้นสงสัย

ถามคนเจ็บคนไข้พลันหายไป

สิ้นโรคภัยสิ้นทุกข์มีสุขอนันต์

ถามเรื่องถ้อยร้อยความไม่ลามเกิด

เชื่อใจเถิดชนะแน่ไม่แปรผัน

ถามของหายจักได้มาเร็วพลัน

ถามถึงคู่ชีวันนั้นยั่งยืน เอยฯ"



ตอนสุดท้ายนี่ไม่เข้าใจอ่ะค่ะหลวงพ่อ -_-'

Thursday, January 10, 2008

งานแต่งกวง 11 - 12 ม.ค. 51


วันนี้ต้องแหกขี้ตาตื่นแต่เช้า (ตี 4) ไปร่วมทำบุญเลี้ยงพระงานแต่งเสี่ยกวงที่ ร.พ. สงฆ์

ติดรถเอก เปี่ยมไปตั้งแต่ตี 5 นี่ถ้าไม่มีคนพาไปไม่ได้ไปนะเนี่ย

เพิ่งรู้ก็คราวนี้แหละว่าทาง ร.พ. สงฆ์ มีสถานที่จัดงานทำบุญเลี้ยงพระด้วย

เป็นอะไรที่สะดวกดี เพราะทุกอย่างเตรียมไว้พร้อม รวมทั้งพระด้วย

ไปถึง 6 โมงเช้า เจอแต่เจ้าบ่าว เจ้าสาวยังมาไม่ถึง เลยอำเจ้าบ่าวว่าถ้าเจ้าสาวมาไม่ทันจะเสียบ..ทำเอาเจ้าบ่าวทำหน้าสยอง

มีคู่แต่งงานทำบุญพร้อมกันวันนี้ 6 คู่ด้วยกัน และที่ทำเอาอมยิ้มเวลามาถึงก็คือชุดบ่าวสาว (โดยเฉพาะเจ้าบ่าว) มาแพทเทิร์นเดียวกันหมด

คือชุดสีเหลืองนวล เจ้าบ่าวจะมีผ้าพาดไหล่ อดแซวไม่ได้ว่าเนี่ยยูนิฟอร์มเจ้าบ่าวป่าวฟะ?


หลังเลี้ยงพระเสร็จก็แยกกันไปตามห้องที่จัดไว้ส่วนตัว เพื่อรด เอ๊ย หลั่งน้ำพระพุทธมนต์ให้บ่าวสาว



จากนั้น...แก้งค์บ้ากล้องชาวเภสัช (ฝ่ายเจ้าบ่าว) ก็ถ่ายรูปกันอย่างเมามันเช่นเคย ลืมแก้งค์ทันตแพทย์ (ฝ่ายเจ้าสาว) ซะสนิท -_-'

Monday, December 31, 2007

สรุปเหตุการณ์ปี 50 ส่งท้ายปีเก่า ต้อนรับปีใหม่

สวัสดีปีใหม่ค่ะ ทุกๆ ท่าน ปีนี้ขอให้พบแต่สิ่งดีๆ สมปรารถนาในทุกสิ่งนะคะ

มาดูเหตุการณ์ที่ผ่านมาในชีวิตเจ้าของบล๊อคในช่วงปี 50 ที่ผ่านมากันดีกว่าค่ะ

เดินทางไกลแบบขับรถเอง 4 ครั้ง
- ขอนแก่น 7 – 13 ม.ค. 50
- ลำปาง 2 ครั้ง 27 – 29 ม.ค.50 , 5 – 7 พ.ค. 50
- นครราชสีมา 24 – 25 ก.พ. 50

เที่ยวทั่วไทย ไปทั่วโลก 8 ครั้ง
- ปราณบุรี 16 – 18 มี.ค. 50
- เกาะกูด 6 – 8 เม.ย. 50
- ชะอำ 29 เม.ย. 50
- ดรีมเวิร์ล 7 ก.ค. 50
- ดูหิ่งห้อยที่อัมพวา 8 – 9 ก.ย. 50
- OD แก่งกระจาน 27 – 28 ต.ค. 50
- กระบี่ 16 – 18 พ.ย. 50
- เวียตนาม 1 – 10 ธ.ค. 50

งานแต่ง
- โอ๋ พงศขจร 5 ก.พ. 50
- น้องชาย 25 ก.พ. 50
- หมวยเล็ก 31 มี.ค. 50
- เปิ้ล 17 มิ.ย. 50

งานเศร้า
- น้านิดเสีย 23 ม.ค. 50

อื่นๆ
- ปี 50 ที่ผ่านมานับว่ามีโชคพอสมควร จับฉลากในงานประชุมวิชาการได้รางวัลมาถึง 2 ครั้ง และยังได้ตั๋วคอนเสริตเรนอีกต่างหาก

เดือนตุลาได้ขั้นพิเศษเพิ่มด้วย และหนี้ที่กู้สหกรณ์ ร.พ.มาก็ใช้หมดซะที

หมายเหตุ ยอดผู้ชายยกมาจากปี 49 = 0 และยอดยกไปปี 51 ก็ยัง = 0 เหมือนเดิม T-T

Friday, December 28, 2007

Tag ของขวัญปีใหม่


ได้รับ Tag อีกแล้วครับทั่น คราวนี้เข้ากับเทศกาลมาก


ให้เลือกของขวัญปีใหม่ 5 ชิ้น สำหรับ 5 คนที่จะให้ จะเลือกอะไรให้ดีและทำไมถึงเลือก


เลือกบุคคลระดับโปรตอนและอิเลคตรอน K-shell มาเลยนะเนี่ย เพราะพอจะรู้ว่าอยากได้อะไรกัน แต่ส่วนใหญ่จะได้ปฏิทินที่มีรูปเราเป็นของขวัญปีใหม่กันทั้งนั้น (ยัดเยียดกันเห็นๆ) แต่ถ้าของที่คิดจะให้อาจไม่มีจริง หรือไม่คำนึงถึงราคาจะเป็นดังนี้


1. พ่อกับแม่

ปีนี้ให้พ๊อคเกตมันนี่ไปจำนวนหนึ่ง (เท่าเมื่อปีที่แล้ว ไม่มีเลื่อนขั้น) แต่ของที่อยากให้จริงๆ คือ ซื้อทัวร์พาไปไหนซักที่นึง คงต้องไปให้ครบทุกคนในครอบครัว รวมน้องชายด้วย พ่อแม่จะได้ตื้นตันมีลูกพาไปเที่ยวพร้อมหน้า


2. น้องชาย

ไม่เคยให้อะไรมันเลยตอนปีใหม่ หลังจากที่มันทำหน้ายู่ยี่ตอนได้รับ ส.ค.ส.จากเราตอนเด็กๆ จะมีให้ก็ตอนวันเกิดไม่กี่ครั้ง ถ้าจะให้ของปีใหม่ที่มันอยากได้ล่ะก็ เอาไปเลยรถใหม่ป้ายแดง เพราะเห็นบ่นอยากได้ มีข้อแม้ว่าจะเป็นจริงได้ก็ต่อเมื่อพี่สาวมันถูกรางวัลซัก 100 ล้านก่อน


3. อ๋อย

คงไม่มีอะไรถูกใจไปกว่า หายีราฟซักตัว มาให้เลี้ยงดูไปตลอดชีวิตอ่ะม้าง


4. จุ๋ย

ของที่คิดจะให้ก็หุ้นกับอ๋อยให้ไปแล้วตอนวันเกิด ถ้าให้ของที่เจ้าตัวอยากได้และเราเองมีเหลือเฟือก็นี่เลย วันหยุดพักร้อน 60 วันรวด


5. อ.ธวัชชัย

ถ้าจะให้ของถูกใจสงสัยจะเป็นพืชค้นพบใหม่ที่มีฤทธิ์ทางเภสัชวิทยาเต็มไปหมด (จริงๆ อยากให้หัวแมนเดรกนะเนี่ย) แต่จะให้ดีต้องไปเป็นลูกมือช่วยทำวิจัยด้วยนี่ดิ

Monday, December 24, 2007

Merry Christmas EVE

แสนสุขใจเมื่อวานได้หยุด 1 วัน เป็นครั้งแรกในรอบครึ่งปีเลยเนี่ย ที่อยู่บ้านได้ถึง 24 ชั่วโมง

ถ้าให้ถามว่าเลือกตั้งมีอะไรดีบ้าง คงได้ตอบว่าเนี่ยแหละ ได้วันหยุดมีค่า 1 วัน

ทำงานบ้านเล็กๆ น้อยๆ แล้วก็หวังว่าจะได้ทำ music VDO ทั้งทริปกระบี่และเวียตนาม และเขียนบันทึกท่องเที่ยวเวียตนามให้เสร็จซะที

อดหลับอดนอนมาหลายคืน ตั้งแต่เตรียม present HA เสร็จแล้วก็เรียงรูปทั้ง 2 ทริป จนตาแฉะ และเป็นหวัดอีกต่างหาก

ไม่นับที่อยู่เฝ้าร้านแทนเจ๊ติ๋มทั้งเช้า เย็น ดึก

แถมเอารูปมาทำ VCD ที่ ร.พ. (เพราะโปรแกรมที่บ้านพังซะแร้ว) เครื่องที่ ร.พ. ก็ดันรวนซะอีก

วันหยุดที่มีเลยต้องลงโปรแกรมใหม่ Picture to TV เพื่อทำภารกิจให้สำเร็จ

แต่โอ้..แม่เจ้า ไม่นึกว่ามันใช้เวลาแปลงไฟล์เป็น VCD นานขนาด 5 ชั่วโมง ขนาดนี้ โปรแกรมที่เหลือ
อยู่ในวันหยุดเลยต้องเปลี่ยนเป็นอ่าน Harry Potter อย่างเมามันและรอเครื่องรันไปพลาง

..จนดึกดื่น...เหมือนโดนคำสาบสะกดใจของพ่อมด เราก็ยังนั่งตาค้างอ่านอยู่ (แต่ก็ไม่จบเพราะท้องเสียซะก่อน)

นี่ละหนอ 1 วันว่างของเรา -_-'

Wednesday, December 12, 2007

Tag เจ๊อ๋อย


ข้อ1 ให้เล่าเรื่องที่ประทับใจเกี่ยวกับเพื่อน

คนที่เราถือเป็นเพื่อนอยู่ตอนนี้ก็ประทับใจทุกคน หลายคนก็มีหลายด้านให้ประทับใจ เอาเป็นว่า ข้อกำหนดในการที่เราเลือกเป็นเพื่อนดีกว่า พจใช้ข้อเดียวคือ "เพื่อนคือคนที่รู้จักเราทุกแง่มุม (ทั้งด้านดีและด้านไม่ดี) และยังรักเราไม่เปลี่ยนแปลง" สำหรับคนที่รับไม่ได้กับบางมุมของพจ ก็เป็น"คนรู้จัก"กันเท่านั้นเอง

ที่จริงพจก็จัดระดับความสนิทของเพื่อนๆ เหมือนกับพวกอะตอมอ่ะนะ ประมาณว่าสนิทมากก็เป็นอิเลกตรอนวงในสุด นอกนั้นก็แบ่งเป็นชั้นๆ p-orbital , q-orbital ก็ว่ากันไป


ข้อ2 ให้เล่าเรื่องความลับของความรัก

เล่าแล้วมันจะลับเร้อ


ข้อ3 ให้ระบายอะไรก็ได้

ช่วงนี้งานยุ่งสุดๆ ทั้งงานหลวง งานราษฎร์ อยากจะหยุดพักไปนอนซัก 2 วันไม่ต้องทำอะไรเลยเนี่ย


ข้อ4 ความฝันที่ยังทำไม่สำเร็จ

โหย มีหลายด้านนะเนี่ย ทั้งฝันอยากจะมีร้านขายยาเป็นของตัวเอง ฝันอยากจะไปเที่ยวญี่ปุ่น ฝันอยากจะเป็นคนผอม และฝันอยากจะเป็นเจ้าสาว...ฮี่


ข้อ5 ให้ไปตอบคำถาม

คำถามอะไรอ้ะ

Saturday, November 24, 2007

เรื่องของกระทงหลงทาง


ก่อนวันลอยกระทงวันนึง เจ้าโอมมาไล่ถามคนโน้นคนนี้

"เจ๊ ไปลอยกระทงที่ไหนอ่ะ"

ถามไปถามมา ถึงได้บอกว่า

"ปีนี้แฟนไม่ว่างมาลอยกะผม"

555 สมน้ำหน้า

พอตกเย็น ทุกคนก็ได้แต่อำว่า โอมเอ๋ย สงสัยจะถูกแฟนทิ้งแล้วเงี้ย

เจ้าตัวได้แต่ทำหน้าจ๋อย แต่ก็ยังปากดีบอกว่าเนี่ย ถ้าใครรู้ว่าผมว่างคงพากันชวนไปลอยด้วยจนต้องแจกบัตรคิว -_-'

แต่สุดท้ายก็ยังไม่วายถามว่ามีที่ไหนจัดงานลอยกระทงสนุกๆ บ้าง

555 สมน้ำหน้าอีกครั้ง

พอย้ำ ครั้งที่ 500 ว่าถูกแฟนทิ้งแล้วเงี้ย

โอมก็บอกอย่างมั่นใจว่า ความรักของมันมั่นคงแน่นอน

"ก็เค้าบอกผมว่า คบกะผมแล้วทำให้เค้ากลัวตาย"

พอโดนแซวว่า มรึงโหดขนาดนั้นเรย?

มันเลยบอกว่า

"บร้า เค้าหมายถึงว่า รู้สึกว่าชีวิตมีคุณค่าจนไม่อยากตายตะหาก"

อ่ะ คนอ่านบล๊อคนี้กลัวตายกันบ้างยังเนี่ย?

หุ หุ หุ

Thursday, November 22, 2007

ทริปกระบี่กลับมาแล้ว

หลังจากที่แก้งค์ปากหมาย่อย (ไม่ใช่ชุดใหญ่) วางแผนการท่องเที่ยวไว้ตั้งแต่หลายเดือนก่อน
จน 16 - 18 พ.ย. ที่ผ่านมาก็ได้ฤกษ์ดีพากันไปเฮฮา ดี๊ด๊า กันที่กระบี่ อย่างไม่สนใจสายตาคนรอบข้างว่าไอ้เสื้อเหมือนกันและสโลแกนเด็ดๆ พวกนี้มาทำอะไรกันเนี่ย

แต่ภารกิจตามสโลแกนของทุกคนก็ลุล่วงไปได้ด้วยดี ติดตามได้ใน my trip จ้า

มาดูรูปควันหลงกันดีกว่า





Monday, November 12, 2007

วันเสาร์ ส้มตำ และตลาดนัดจตุจักร

ไม่รู้ว่าตั้งแต่เมื่อไหร่ ที่วันเสาร์กลายเป็นวันหยุดวันเดียวที่เหลืออยู่ใน 1 สัปดาห์

เพราะว่าวันอาทิตย์หลังจากอยู่เวรเสร็จก็ไปทำร้านยาต่อ...กว่าจะได้กลับบ้านก็มืดค่ำ

ถึงแม้ว่าวันเสาร์จะต้องตื่นเช้ากว่าวันอื่นๆ ไปขายยาซะก่อน แล้วหลังจากนั้น....เวลาก็เป็นของเรา

ไม่ต้องให้บริการคนอื่นซะที....ตูไม่ใช่เซเว่นนะเฟ้ย


มาว่ากันต่อ ทุกทีจะวางแผนไว้ว่าวันเสาร์นี้จะทำอะไรดี

10 พ.ย. เสาร์นี้ก็เหมือนกัน

หลังจากที่อ๋อยโทรมาคุยด้วยเมื่อวันก่อนว่าจะไปจตุจักรกะเพื่อน ก็แอบอิจฉาเล็กๆ ว่าแหม ได้ไปช้อปปิ้งอีกแระ

แล้วก็มีเหยื่อโทรมาอีกราย คราวนี้เป็น อ. ของเราเอง เลยได้โอกาสชวน พร้อมกับข่มขู่ให้พาไปเลี้ยงส้มตำซะดีๆ

อ๋อยโทรมาอีกครั้งเลยมีโม้ "ไม่มีแก ชั้นก็มีหนุ่มไปกินข้าวด้วยเฟร้ย" 555

จากนั้นโครงการต่อมาก็คือไปช้อปปิ้งบ้างที่โลตัส ซื้อของใช้เข้าบ้านแล้วก็ว่าจะถอยรองเท้าผ้าใบกิ๊บเก๋ซักคู่ ซื้อของเตรียมไปทริปกระบี่กับเวียตนามอีกนิดหน่อย


...............PERFECT..........................


เช้าวันเสาร์เริ่มต้นด้วยดี ไปถึงก็ไปเดินช้อปที่ตลาดนัดซอย 2 ซะก่อนเรย

ได้กระเป๋าสะพายใบเก๋อย่างที่หามานาน กับเสื้อกันหนาวโดนใจ ราคาไม่แพง

แต่เอ๊ะ....ขายยาไป มีเขม่นตาซ้าย

สักพักยัยอ๋อยโทรมาบอกกินข้าวกับ อ.กี่โมงอ่ะ (ตะแรกตกใจคิดว่ามันจะไปเป็นก้างขวางคอด้วย) แล้วก็บอกเสียงอ่อยว่าไปจตุจักรเป็นเพื่อนทีเด่ะ เพื่อนไม่ไปด้วยแล้ว

ตอบตกลงอย่างไม่ลังเล (ยังงงอยู่เหมือนกันว่าวิญญาณนักช้อปที่ไหนเข้าสิง)

แต่ต้องไปกินส้มตำก่อน เพราะนัดไว้แล้ว

ที่สำคัญคือจะไปดูเสื้อกันหนาวที่เล็งไว้ แต่ อ. ดันซื้อได้ก่อน (อิจฉาอีกแระ)

พอไปถึงก็ไปกรี๊ดกร๊าดกันใหญ่เรื่องเสื้อกันหนาว ได้ลองใส่ด้วย ถึงจะเป็นสีน้ำเงินไม่ใช่สีแดงอย่างที่เล็งไว้

เสื้อเกือบพอดี จน อ. บอกว่า เอาไว้ผลัดกันใส่.....แต่ต้องหารค่าเสื้อนะ (ไม่มีวัน)

..........กลับมาบ้านถึงนึกได้ว่า นี่ตูอ้วนจนใส่เสื้อไซต์เดียวกะ อ. แล้วเหรอเนี่ย T-T

จากนั้นก็อวดเสื้อกันหนาวที่ซื้อมามั่ง.......อ. ก็เอาไปลองใส่ (แหม ดีนะที่ใส่เสื้อเค้าไม่ได้อ่ะ)

พากันไปกินส้มตำจนลืมอ๋อย

มานึกได้ตอน อ.ถามว่าไปไหนต่อ พอบอกว่าไปจตุจักร แกก็ทำตาวิบวับ อยากไปมั่ง

คุยไปคุยมาแกพอจะรู้ชะตาว่าคงถูกทิ้งไว้แถวที่ขายต้นไม้ ส่วนสาวๆ ไปซื้อเสื้อผ้ากัน

แกก็เลยไม่ไปด้วย



อ๋อยเอาของไปให้ญาติแล้วก็จอดรถไว้ที่สุทธิสาร นั่งรถแท๊กซี่ไปจตุจักรเนี่ยเป็นความคิดที่ดีสุดๆ เพราะหาที่จอดยาก ถ้าจอดได้คงต้องเดินกันเป็นกิโล

งานนี้อ๋อยไม่ได้ตั้งเป้าว่าจะมาซื้อของตัวเอง แต่จะซื้อกางเกง legging ให้น้องสาวที่ภูเก็ต

ไอ้เราก็ไม่รู้ว่ากางเกง legging มันเป็นยังไงกัน คนจะซื้อให้ข้อมูลที่นัวร์ ๆ มาว่าก็กางเกง 4 ส่วนอ่ะ

แต่พอถามคนขายแล้วมันม่ายช่ายเรย

มันคือกางเกงพรรค์นี้ตะหาก

ไม่รู้น้องสาวอ๋อยคิดไงนะเนี่ย เห็นแต่ป้าๆ ที่กระชากวัยเค้าใส่กันอ่ะ

แต่เอาเหอะ เดินกันจนอ๋อยได้กระเป๋า เสื้อ เข็มขัด แล้วถึงได้ legging ของน้องสาว

ไม่น่าเชื่อว่าวันนี้ไปเจอ"ยุทธหัตถี" ที่จตุจักรด้วย

เพราะเห็นอ๋อยกะสาวหุ่นไล่เลี่ยกันเดินเฉี่ยวกันแว้บๆ

พอบอกมันแค่นั้นล่ะ มีหัวเราะกั๊กๆ แถมด้วยค้อนทิ้งท้าย ว่าคิดได้ไงเนี่ย

แหม..ก็นะ

ส่วนเราไม่ได้เสื้อคอเต่าที่จะซื้อไปแลกกะของ อ. (ที่ดันซื้อมาตัวเล็ก ใส่แล้วเป็นเสื้อเอวลอย555) กะว่าได้กำไรชัวร์ เพราะ อ. แกบอกว่าตัวละ 500

ไปได้หนังสือที่ลด 25% แทน

ก่อนกลับแวะกินฟูจิกัน...งวดนี้ไม่อิ่มมากเท่าที่ โออิชิ แต่ปลาหิมะก็อร่อยกว่า

หมดวันหยุดไปอีกวัน........เฮ้อ

Thursday, November 01, 2007

Tag 5 ความดีเพื่อพ่อ

โห ให้เขียนว่าจะทำความดีอะไรเนี่ยยากเหมือนกัน เพราะปกติไม่ค่อย..

พยายามคิด (มาหลายคืน)ก็ได้ดังนี้

1.พาพ่อแม่ไปกินข้าวนอกบ้านเมื่อมีโอกาส เพราะรู้สึกเดี๋ยวนี้มีเวลาให้พ่อแม่น้อยเหลือเกิน กลัวว่าจะขาดความอบอุ่น

2.อ่านหนังสือ (ที่มีสาระ)ให้มากกว่านี้ เพราะรู้สึกช่วงนี้มีแต่นิยาย กับการ์ตูน จะว่าชดเชยช่วงเรียนที่ไม่ค่อยได้อ่านเลยก็นานไปแระ

3.หัดทำอาหารให้พ่อกิน อันนี้ไม่รู้ว่าจะเป็นการทำดีรึป่าว เพราะคราวที่แล้ว ทำให้กิน พ่อบอกว่า ซื้อเขาเอาเหอะลูก

4.ระงับอารมณ์ตอนหงุดหงิดให้ดีที่สุด ตอนนี้ทำได้แค่เงียบ แต่บ่อยครั้งที่ปล่อยวาจาฉุนเฉียวเชือดเฉือนออกไป

5.เลิกซื้อของที่ไม่ได้ใช้และไม่เป็นประโยชน์ซะที เพราะเงินบางส่วนละลายไปกับไอ้ของน่ารักๆ นี่แหละ..เฮ้อ

รูปนี้ไม่ค่อยเกี่ยว แต่อยากบอกว่า ถึงจะอ้วน ขี้เหร่ ขี้เกียจและงี่เง่า ไม่ว่ายังไง ก็ยังเป็นเจ้าหญิงตัวน้อย!?! ของพ่อแม่อยู่ดีแหละ

Sunday, October 28, 2007

ไปจับปูใส่กระด้ง ที่เพชรริมธารรีสอร์ท เพชรบุรี

เสาร์อาทิตย์นี้ (27 - 28 ต.ค.) ไป OD กับ ร.พ. มา ที่เขื่อนแก่งกระจาน เพชรบุรี


หลังจากเล่าไปแล้วว่าไปดูสถานที่ แล้วก็ได้เพชรริมธารรีสอร์ท แห่งนี้ สำหรับรองรับพวกเรา 2 รุ่น รุ่นละร้อยกว่าชีวิต


นรกเริ่มจาก..เอ๊ย การเดินทางเริ่มจาก ตื่นแต่เช้ามืด (ตี 4 ) เพื่อไปขึ้นรถตู้ของ ร.พ. ไปจัดเตรียมสถานที่ก่อนที่รถบัสอีก 2 คันจะพาเจ้าหน้าที่คนอื่นตามไปท่องเที่ยว เอ๊ย อบรมเพื่อพัฒนาศักยภาพบุคลากร (OD)


ยังไม่ทันได้ขึ้นรถ ก็โดนสมาชิกที่มากันแต่เช้า ล้อมตัวไว้


"ไหนอ่ะ ป้ายชื่อติดกระเป๋า"


"ไหนอ่ะ รถคันที่ 1 คันที่ 2 ไม่เห็นมีป้ายติด"


นี่มานไม่ใช่หน้าที่เค้าน้า T-T


แต่มองไปทางไหนก็ไม่มี สต๊าฟเลยซักคน นอกจากตูคนเดียว เลยต้องคุ้ยหาของให้อย่างทุลักทุเล



หนีขึ้นรถตู้ได้ก็แวะรับสมาชิกรถตู้คนอื่นๆ จนครบ แล้วก็บ่ายหน้าไปรับข้าวกล่องที่ปั๊มเจ๊ท ราชบุรี


........มีเพียงลมหนาว และความว่างเปล่า...............................


"ฮัลโหล พี่~ ข้าวอยู่ไหน"


"พจเหรอ .......นี่พี่อยู่นครปฐมอ่ะ กำลังจะไปเอาข้าวกล่อง ที่ร้านปฐมโภชนา" ......................แป่ว



งั้นพวกเราไปหาข้าวกินเองก็ได้ พวกเราสรุป แต่แล้วเหรัญญิกประจำทีมก็ท้วงขึ้นมา


"ไม่ได้อ่ะพจ เดี๋ยวเราต้องฝากเงินค่ารถทัวร์ไว้ที่รถข้าวด้วย"........................-_-'


........รอกันต่อไป ท่ามกลางลมหนาวและความว่างเปล่า..........................................



"ให้ทายอ้ะ ว่ารถบัสจะมาก่อน หรือรถข้าวจะมาก่อน"



แล้วรถข้าวก็มาก่อนอย่างฉิวเฉียด



พวกเราไปถึงรีสอร์ทก่อนรถบัสประมาณครึ่งชั่วโมง


พอรถบัสมาถึง กว่าจะต้อนทุกคนขึ้นห้องประชุมได้ ผ่านไปครึ่งชั่วโมง



ปัญหาต่อไปก็มาถึงเมื่อทางรีสอร์ทบอกว่าเราต้องแบ่งคนไป 2 ที่ คือล่องเรือในเขื่อนเพชร กับล่องแพยาง


จากที่ตกลงกันตั้งแต่แรกว่าจะได้ไปทั้ง 2 ที่


ต้องเข้าไปนับคน (ที่ยังมาไม่ครบ) แล้วก็ชี้แจงใหม่ให้เข้าใจว่าไปแค่ที่เดียวน้า..ตัวเอง


แต่สต๊าฟอีกฝ่ายก็ใช้เวลาที่เรานับคนนั้น ไปต่อรองใหม่จนได้ไปทั้ง 2 ที่ แต่ต้องจำกัดเวลา..............


นี่ตูเสียเวลาทำอะไรอยู่เนี่ย




หลังจากนั้นเราก็ลงเรือหางยาวไปชมวิวในเขื่อนอย่างเบิกบาน.............ท่ามกลางสายฝน


พอขึ้นจากเรือก็ไปท่าน้ำอีกที่เพื่อล่องแพยาง แต่งวดนี้เราขอบาย พักสักนิดจะดีกว่า


หลังจากนั้นก็พารถไปเก็บ เอ๊ย ไปรับพวกที่ล่องแพยางกลับรีสอร์ท



กำหนดการเดิมคือตอนเย็นจะมีกิจกรรมรอบกองไฟ


แต่ดินฟ้าอากาศก็ทำให้ทางรีสอร์ทจัดที่ในห้องอาหารให้แทน


โชคยังดีที่ กิจกรรมหลังกินข้าวเย็นนี้ค่อนข้างสนุก ทุกคนแด๊นซ์อย่างเมามัน



..........ผ่านไป 1 วัน..............เฮ้อ



วันที่ 2 เริ่มต้นด้วยความขมุกขะมัวของเมฆฝน


กำหนดการคือ ไปเที่ยวถ้ำเขาเตาหม้อกัน แต่ทางรีสอร์ทบอกว่าไม่ควรไปเพราะฝนตก ทางถ้ำจะลื่น


เลยคิดสถานที่กันใหม่ คือไปไหว้เจ้าแม่กวนอิม


แต่ปรากฎว่ารถบัสไม่ไป บอกว่าไกลมาก เนื่องจากงวดนี้เราเหมาค่ารถและน้ำมัน โดยระบุเส้นทางที่จะไป พอเปลี่ยนเส้นทางปุ๊บคนขับก็มีอาการงอแง


งั้นไปเล่นน้ำกันที่เล่นแพยางกันเมื่อวานก็ได้.........มาอีก 1 ความเห็น


ก็เกือบจะตกลงกันอยู่แล้ว ถ้าฝนไปตกลงมาซะหนัก.............อะไรเฟ้ยเนี่ย


เพราะฉะนั้นทุกคนเลยแกร่วกันอยู่ที่รีสอร์ทจน 11.00 น.


รอไปรอมาซักนิดก็มีแดดบ้าง เลยถือโอกาสชวนพวกๆ ถ่ายรูปกัน









กินข้าวเที่ยงกันอย่างรวดเร็ว แล้วก็บอกลารีสอร์ทซะที


รถบัสมุ่งหน้าไปชะอำตามกำหนดเดิม หลังจากแดดออก


ส่วนเราและสมาชิกรถตู้...ไปช้อปคลายเครียดกันที่พรีเมี่ยมเอ๊าท์เลทกันดีกว่า


ไม่ได้อะไรอีกต่างหาก....



แวะซื้อขนมของฝากก่อนกลับบ้านอีกครั้ง



งวดหน้าตูไม่เป็นสต๊าฟอีกแล้วเฟ้ย...........ร้องบอกดังๆ กับฟ้าฝน

Friday, October 26, 2007

Tag 5 things u don't know about Photch

เหมือนกับแฉตัวเองงัยก็ไม่รู้ แต่เอาเหอะ tag กลับให้คนส่งด้วยหัวข้อเรื่องเดิม 555


เรื่องที่ใครก็ไม่รู้ (ถ้าไม่เล่า) ของพจนารถ


1. เราจะไม่กัดหรือเคี้ยวของแข็งด้วยฟันหน้า
ใครที่ไม่สังเกตจะไม่เห็นข้อนี้ และปกติเราก็จะกินข้าวเร็วแบบไม่ค่อยเคี้ยวอยู่แล้วด้วย
เรื่องของเรื่องก็คือตอนอยู่ ป.6 เล่นวอลเล่ย์กับเพื่อนแล้วหกล้มฟันหน้ากระแทกกับกระถางปูนของโรงเรียนจนฟันบิ่นเหลือครึ่งเดียวตามแนวแทยง เลยต้องไปใส่ฟันครอบ ตั้งแต่นั้นจะเคี้ยวอะไรก็ต้องระวัง แต่ก็ไม่ค่อยระวัง ฟันหลุดบ่อยๆ เวลาหลุดทีก็จะถูกกรอฟันที จนฟันเหลืออยู่นิดเดียวไม่ถึงครึ่งซี่เหมือนเก่า คราวนี้เลยต้องระวังสุดๆ


2. เฉียดตาย / พิการ หลายครั้งตอนเป็นเด็ก
จริงๆ แล้วเราเป็นเด็กน่ารักเรียบร้อยสุดๆ แต่ทำไมก็ไม่รู้เวลาแม่หรือพวกน้าๆ ที่เคยเลี้ยงตอนเด็กเล่าเรื่องในอดีตให้ฟังทีไรเป็นต้องส่ายหน้ากันทุกคน
ตั้งแต่นั่งจักรยานเบาะเด็กด้านหน้าแล้วเอาเท้าแหย่เข้าไปขัดในซี่ล้อรถ จนรองเท้าพัง (แต่เท้ายังดีอยู่) และซี่ล้อหัก
ปีนขึ้นไปบนตู้กับข้าวเพื่อหาของกินแล้วทำตู้กับข้าวล้มมาทับ ดีที่ประตูตู้กางตั้งฉาก เลยค้ำตู้ไว้ไม่ให้ทับเด็กแสบ..เอ๊ย เด็กน่ารักที่อยู่ตรงกลางได้ แต่ของในตู้หล่นแตกเกือบหมด และตู้ก็โดนพ่อเลื่อยขาตู้ให้สั้นจุ๊ดจู๋ จะได้ไม่ล้มอีก


3. เกลียดครูมาก
ตอนเด็กๆ รู้สึกว่าครูไม่ค่อยยุติธรรม ทั้งที่ก็เป็นเด็กเรียน ตั้งแต่มีเรื่องใหญ่ตอนประถมที่แม่ไปว่าครูสอนภาษาอังกฤษ ว่าสอนไม่รู้เรื่อง ครูสอนสังคม (สงสัยพวกเดียวกัน) ก็มาหยิกน่าตาเฉย แถมดุเราอีก
ส่วนตอน ม.ต้น ครูสอนงานบ้านก็แว้ดขึ้นมาตอนที่เรา present เรื่องที่นอนใยมะพร้าว ว่าเนี่ยไม่เคยนอนที่นอนนุ่นแบบที่เขายัดแบบดีๆ แข็งๆ หรือไง รู้สึกว่าครูคนนั้นโลกทัศน์แคบและไม่รับฟังเด็กเลย แล้วก็เกลียดที่ว่าเราต่อหน้าเพื่อนคนอื่นๆ
ครูสอนบาสก็เหมือนจะเขม่นเรื่องอะไรก็ไม่รู้ กดเกรดจนได้ 2 ทั้งที่เราทำข้อสอบได้แน่นอน
และแค่กินน้ำในห้องเรียน ครูสุขศึกษา ก็ว่าซะจนร้องไห้
ดูๆ ไปก็เหมือนโชคไม่ดีเจอพวกครูเก็บกด มาระบายเอากับเด็กอ่ะ เลยค่อนข้างเกลียด


4. เลือกใส่สีเสื้อผ้าหรือเครื่องประดับตามตำราพิชัยสงคราม
ยิ่งตอนรู้สึกว่าจิตตก อ่อนแอ หรือมีศัตรู จะเคร่งครัดเป็นพิเศษ
"วันอาทิตย์สิทธิโชคโฉลกดี เอาเครื่องสีแดงทรงเป็นมงคล
เครื่องวันจันทร์นั้นควรสีนวลขาว จะยืนยาวชันษาสถาผล
อังคารม่วงช่วงงามสีครามปน เป็นมงคลขัตติยาเข้าราวี
วันพุธสุดดีด้วยสีแสด กับเหลือบแปดปนประดับสลับสี
พฤหัสฯจัดเครื่องเขียวเหลืองดี วันศุกร์สีเมฆหมอกออกสงคราม
วันเสาร์ทรงดำจึงล้ำเลิศ แสนประเสริฐเสี้ยนศึกให้นึกขาม"


5. จริงๆ แล้วเป็นคนมองโลกในแง่ร้าย ขี้ใจน้อย เอาแต่ใจ และเข้ากับคนยาก แต่ยังมีข้อเสียกับข้อดีอื่นๆ ช่วยบดบังไว้ อย่างเช่น รักษาภาพลักษณ์ของตัวเองสุดฤทธิ์ เรื่องแสดงความเอาแต่ใจกับเข้ากับคนยากเลยไม่ค่อยเห็น แต่ถ้าอยู่ในครอบครัวหรือหมู่คนไม่รู้จักที่ไม่ต้องแอ๊บ ก็จะเห็นเหน่งๆ เรยล่ะ ส่วนความคิดที่ว่าเราเนี่ยช่างเป็นคนโชคดีก็ทำให้การมองโลกในแง่ร้ายเปลี่ยนเป็นความรอบคอบแทนในบางครั้ง อย่างเช่น ต้องเดินทางไกลคนเดียว ก็จะคิดไว้ก่อนว่าแย่จริง ไม่อยากไป ตกรถทำไง ฯลฯ เลยต้องคิด แผน 1 ถ้าตกรถจะ.. แผน2 หาวิธีอื่นไป.. แต่พอไปถึงแล้วก็จะคิดว่า...เฮ้อ เรานี่โชคดีจริง ไม่เจอเรื่องร้ายอย่างที่คิดไว้ อิ อิ

Monday, October 22, 2007

วันเกิดจุ๋ย 19 ต.ค. 50

วันนี้ (21 ต.ค.)ไปงานทำบุญวันเกิดจุ๋ย หลังจากเมื่อวานอ่วมอยู่ในกรุงเทพฯ เกือบ 8 ชั่วโมง แถมยังกินท้องแทบแตก

เกรงใจ๊ เกรงใจอ๋อย ที่อุตส่าห์ขับรถให้ เพื่อไปติดบนถนน 3 ชั่วโมง ระหว่างนั้นน้ำมันก็กำลังจะหมด หิวกันสุดฤทธิ์ และปวดขรี้ (อ๋อยนะ)

กินโออิชิกะเจ้าโอมเสร็จ ก็ยังต้องปุเลงไปหาปั๊มเติมน้ำมัน แล้วก็หาซื้อของขวัญวันเกิดให้จุ๋ย

ทีแรกกะจะไปซื้อที่เซ็นทรัลพระราม 3

แต่ไปๆ มาๆ หลงขะรับ

เลยต้องซมซานมาซื้อที่เซ็นทรัลปิ่นเกล้า ชายแดนที่ติดกับบ้านนอก (ตรงไหนฮึ...พี่ยี้) เหมือนเก่า

เลือกกันอยู่นานมาก ขนาดพาโอมมาช่วยเลือก (แต่ไม่ค่อยมีประโยชน์)

ในที่สุดโอมกะอ๋อยก็เลือกได้กางเกงว่ายน้ำลายดอกที่ชวนให้นึกถึง........หน้าร้อน....... ชายหาด ..........และเกย์ -_-‘

เลือกไปเลือกมายังดีที่ได้เป็นสีเทาลายทหารแทน......เฮ่อ ......โล่งใจแทนจุ๋ย

หลังจากนั้นยังมีรายการจองตั๋วรถทัวร์กันที่สายใต้อีก

กว่าจะถึงบ้านก็โน่น 3 ทุ่ม แถมไม่ได้ไปงานสัปดาห์หนังสืออีกต่างหาก

วันรุ่งขึ้นอ๋อยก็ทำหน้าที่สารถีมารับไปบ้านจุ๋ยอีก พวกเราซื้อฝอยทองไปช่วยทำบุญ

ไปถึงเจ้าของงานก็เตรียมใช้ หลังจากเมื่อวานดันเปิดช่องบอกว่าจะให้ช่วยอะไรก็บอก

เลยต้องไปจัดขนมหวานกะปอกผลไม้

อ๋อย start ด้วยการกินข้าวเช้าเอาแรงซะ 2 จานก่อน

หลังจากนั้นพวกเราก็จัดกันตามมีตามเกิด จนคิดว่าเลี้ยงพระครั้งนี้จะได้บุญมั๊ยเนี่ย
เพื่อนๆ เราก็มีเอก พาลูกเมียมาด้วย

หลังจากนั้น.....ไม่อยากจะเชื่อว่ายังต้องเป็นช่างภาพจำเป็นถ่ายรูปให้ด้วย

ได้แต่เตือนจุ๋ยว่างานทำบุญนี่ต้องสำรวม NO NUDE นะยะ

ที่ฮากว่านั้น เพื่อนๆ จุ๋ยที่ทำงานก็มากันอีก 3 คน

มาถึงก็ทักอ๋อยเรยว่า นี่ใช่มั๊ย แฟนเก่าจุ๋ย เห็นมีรูปอยู่ที่โต๊ะทำงาน

เจ้าภาพทำหน้าบอกไม่ถูก 555

หลังจากนั้นก็รวมหัวกับพวกเราแซวจุ๋ยอย่างเมามัน จนกินข้าวอิ่ม


มีรูปนางแบบ คือน้องฟ้า ลูกสาวเอก (ชื่อเดียวกะนางงามจักรยาน เอ๊ย จักรวาล ซะด้วย)

ที่อยู่ดีๆ ก็มาทำหนิดหนมกะเค้า จูงมือกันอย่างดิบดีเพื่อไปถ่ายรูปให้หนูหน่อย

Monday, October 08, 2007

เหนื่อย เครียด กิน(เข้าปาย)

ระยะนี้รู้สึกว่าทำงานเยอะมั่กๆ ทั้งขายยา อาทิตย์ละ 4 ครั้ง อยู่เวรเช้า - เย็น อาทิตย์ละ 2 วัน แล้วก็เวรทั้งวันวันอาทิตย์อีก.........เฮ่อ
นี่ตูทำบ้าอะไรอยู่ฟะเนี่ย

เดี๋ยวนี้กลับมาบ้านถ้าไม่ปักหลักอยู่หน้าคอม (ช่วงต้นอาทิตย์) ก็จะหลับคร่อก แบบหมดแรง (ช่วงปลายอาทิตย์)
ทีแรกตั้งใจจะบอกเลิกขายยาร้านที่นครชัยศรี
........ก็เคยบอกไปแล้วอ่ะนะ
แต่พี่เจ้าของร้าน ชื่อพี่ติ๋ม เป็นหัวหน้าเภสัชอยู่ที่ รพ.นครชัยศรี ขอร้องว่าให้ช่วยกันไปพลางๆ ก่อน
แหม..ไอ้เราก็เคยไปฝึกงานกะแกอ่ะนะ แถมแกบอกว่าวันไหนเหนื่อยก็ให้บอก
แต่ส่วนใหญ่แกจะโทรมาจิกซะมากกว่า ว่าอยู่เลยเวลาให้ทีนะ หรือมาอยู่เพิ่มวันนั้นวันนี้ด้วยนะ
.....เฮ่อ...........
ตอนนี้ที่ทำแก้เซ็งไปวันๆ ก็แค่เปลี่ยนริงโทนตอนพี่ติ๋มโทรมาให้เป็นเพลง "เสียเวลา ก็เสียเวลาออก อย่างนี้ต้องลาออก..." ว่ะ 555

ถ้าอารมณ์ดีแล้วค่อยเปลี่ยนเป็น "ไม่เคยรักใครเท่าติ๋ม..." ก็แล้วกันเนอะ พี่ติ๋มเนอะ

แต่ประหลาดมาก แทนที่จะผอม กลับน้ำหนักขึ้น


เครียด




เหนื่อย


กิน

จริง จริ๊ง เรยเรา