ผ่าเสร็จได้น้ำเกลือไป 1 วัน ต่อด้วยอาหารเหลว (น้ำซุป) 1 มื้อ อาหารอ่อน (ข้าวต้ม) 1 มื้อ แล้วถึงจะได้กินข้าว
กว่าจะถ่ายได้เองก็โน่น 4 วันหลังผ่า
ใช้เทคนิคหลายอย่างมาช่วย ในที่สุดก็ประสบความสำเร็จกับการกลิ้งไส้เล่น
ด้วยการนอนตะแคง (เจ็บสุดๆ) ข้างละ 2 - 3 นาที หลังตื่นนอน
แต่พอแผลเริ่มติด ข้างในท้องชักจะยืดออกได้ ตะแคงหลายรอบก็ไม่ถ่ายซะแระ
เลยเปลี่ยนเป็นกินแอปเปิ้ล 1 ลูกก่อนนอน
ได้ผลไม่กี่หนก็ท้องผูกเหมือนเก่า
แผลข้างนอกแห้งดีเลยซื้อที่รัดหน้าท้องมาใส่เดินไปเดินมา
ตอนเช้าก็ใส่นั่งเล่น FB
ได้ผลแฮะ ท้องไม่ค่อยผูก
สงสัยลำไส้จะชอบที่แคบๆ ให้ขยับมาตีกัน มากกว่าที่ว่างในพุงหลามกลับรถได้อย่างเคย อิอิอิ
Wednesday, April 27, 2011
Wednesday, April 06, 2011
45 วันแห่งรัก
ตอนนี้คุณนายสุนีย์เลี้ยงตัวกินนอนไว้ 1 ตัว
ให้นอนวันละ 14 ชั่วโมง อาหารวันละ 3 มื้อ
อาหารว่างวางไว้ใกล้ๆ มือ เดี๋ยวมีเสียงร้องเตือนว่า "มาม๊าหิววววว"
ได้แต่เดินไปเดินมาอยู่ในบ้าน เล่นกะหมาก็เล่นกันที่ระเบียงผ่านลูกกรง
จนคุณหมาทนไม่ไหวเอาตีนลอดเข้ามาถีบ เอ๊ย เขี่ยเจ้านายว่า ทำไมไม่เล่นกะหนูอ่ะ?
แหย่คุณหมาเสร็จก็นั่งอ่านนิยาย พอชักตึงแผลก็นอนอ่าน
ได้หยุด 45 วัน สบายเสียนี่กระไร.....
ให้นอนวันละ 14 ชั่วโมง อาหารวันละ 3 มื้อ
อาหารว่างวางไว้ใกล้ๆ มือ เดี๋ยวมีเสียงร้องเตือนว่า "มาม๊าหิววววว"
ได้แต่เดินไปเดินมาอยู่ในบ้าน เล่นกะหมาก็เล่นกันที่ระเบียงผ่านลูกกรง
จนคุณหมาทนไม่ไหวเอาตีนลอดเข้ามาถีบ เอ๊ย เขี่ยเจ้านายว่า ทำไมไม่เล่นกะหนูอ่ะ?
แหย่คุณหมาเสร็จก็นั่งอ่านนิยาย พอชักตึงแผลก็นอนอ่าน
ได้หยุด 45 วัน สบายเสียนี่กระไร.....
Thursday, March 31, 2011
หมูฉึกฉึกผ่าเสร็จแล้ว
ไปผ่า Dermoid cyst เมื่อวันที่ 28 มี.ค. 54 ที่ รพ.รามาธิบดี
คุณหมอ คุณพยาบาลดูแลดีมั่กๆ ขอบคุณค่า
แต่ขั้นตอนผ่าตัดนี่เยอะเหมือนกันเนอะ
ไปนอนตั้งแต่ 27 มี.ค. นึกว่าจะรอผ่าเฉยๆ มี match เลือด แถมโดนเจาะตรวจมะเร็ง กะตรวจการแข็งตัวของเลือดอีก 2 รอบ พรุนเรย T-T
พวกเอาของมาให้กินตู้มๆ 4 ทุ่มยังกินกุ้งเผาอยู่เลย เพราะเดี๋ยวต้องอดน้ำอดอาหาร
คืนก่อนผ่าตัดเลยนอนไม่หลับ ไม่รู้กังวล หรือท้องอืด...แฮ่
พี่ยี้มานอนเฝ้าคืนแรกหลับปู้ดไปนานแระ เลยต้องเดินไปขอยานอนหลับ
ตอนเช้าก่อนผ่าก็กินอีก เลยสะลึมสะลือ ตอนโดนลากไปขึ้นเขียง 11.30 น.ก็ยังงัวเงียอยู่
รู้แต่ว่าตอนให้น้ำเกลือผสมยาสลบ แก้งค์ที่เปลี่ยนเตียงคำนวนน้ำหนักยาบอกนึกว่าหนักซัก 75
หลังจากนั้นก็รู้สึกแค่ว่าโดนครอบจมูกดมยา
ตื่นมาอีกที เจ็บท้อง...นิดหน่อย
กลับมาห้องแม่กะพ่อมารออยู่แล้ว แต่ก็มึนๆ มาคุยจ้อเอาตอนค่ำ
จากนั้นก็ไม่เห็นมีอาการข้างเคียงที่พยาบาลคอยมาถาม อย่างคลื่นไส้อาเจียน หรือไอ
เจ็บท้องเวลาพลิกตัวแค่นั้น....ง่ะ
เลยได้กลับบ้านเร็ว แล้วก็พักงานยาว 45 วัน อิอิ
คุณหมอ คุณพยาบาลดูแลดีมั่กๆ ขอบคุณค่า
แต่ขั้นตอนผ่าตัดนี่เยอะเหมือนกันเนอะ
ไปนอนตั้งแต่ 27 มี.ค. นึกว่าจะรอผ่าเฉยๆ มี match เลือด แถมโดนเจาะตรวจมะเร็ง กะตรวจการแข็งตัวของเลือดอีก 2 รอบ พรุนเรย T-T
พวกเอาของมาให้กินตู้มๆ 4 ทุ่มยังกินกุ้งเผาอยู่เลย เพราะเดี๋ยวต้องอดน้ำอดอาหาร
คืนก่อนผ่าตัดเลยนอนไม่หลับ ไม่รู้กังวล หรือท้องอืด...แฮ่
พี่ยี้มานอนเฝ้าคืนแรกหลับปู้ดไปนานแระ เลยต้องเดินไปขอยานอนหลับ
ตอนเช้าก่อนผ่าก็กินอีก เลยสะลึมสะลือ ตอนโดนลากไปขึ้นเขียง 11.30 น.ก็ยังงัวเงียอยู่
รู้แต่ว่าตอนให้น้ำเกลือผสมยาสลบ แก้งค์ที่เปลี่ยนเตียงคำนวนน้ำหนักยาบอกนึกว่าหนักซัก 75
หลังจากนั้นก็รู้สึกแค่ว่าโดนครอบจมูกดมยา
ตื่นมาอีกที เจ็บท้อง...นิดหน่อย
กลับมาห้องแม่กะพ่อมารออยู่แล้ว แต่ก็มึนๆ มาคุยจ้อเอาตอนค่ำ
จากนั้นก็ไม่เห็นมีอาการข้างเคียงที่พยาบาลคอยมาถาม อย่างคลื่นไส้อาเจียน หรือไอ
เจ็บท้องเวลาพลิกตัวแค่นั้น....ง่ะ
เลยได้กลับบ้านเร็ว แล้วก็พักงานยาว 45 วัน อิอิ
Sunday, March 06, 2011
ปีใหม่กับป่วยไข้
หลังจากหอบหิ้วพุงป่องๆ ไปๆมาๆ อยู่เป็นนาน ก็ชักรู้สึกว่าท้องตูเป็นก้อนๆ แฮะ
พอดีกะหมอสูติฯ ที่รพ. มาทักว่าทำไมท้องแกป่องได้ยังง้าน
เลยชวนหมอไป ultrasound แล้วเจอก้อนที่รังไข่ซะอีก
ไปทำ CT scan ต่อ เลยเห็นว่ามันใหญ่ตั้ง 12 cm แน่ะ........อู้ว
จากผลที่ได้วินิจฉัยเบื้องต้นว่าเป็น Dermoid cyst
พอดีกะหมอสูติฯ ที่รพ. มาทักว่าทำไมท้องแกป่องได้ยังง้าน
เลยชวนหมอไป ultrasound แล้วเจอก้อนที่รังไข่ซะอีก
ไปทำ CT scan ต่อ เลยเห็นว่ามันใหญ่ตั้ง 12 cm แน่ะ........อู้ว
จากผลที่ได้วินิจฉัยเบื้องต้นว่าเป็น Dermoid cyst

เดอร์มอยด์ซีสต์ (Dermoid cyst หรือ Teratoma) เกิดจากเซลล์ผิวหนังที่จัดวางอยู่ผิดตำแหน่งตั้งแต่พัฒนาการขั้นแรกของทารกในครรภ์ มักพบเส้นผม เล็บ กระดูก ไขมันอยู่ภายใน
สรุปว่าคงต้องผ่าออก แต่จะผ่าวิธีไหน ตอนนี้โดนส่งตัวไปรามาฯ
....เฮ้อ..............
Thursday, December 30, 2010
สรุปเหตุการณ์ส่งท้ายปีเก่า ต้อนรับปีใหม่ 54

สวัสดีปีใหม่ค่ะ ทุกๆ ท่าน ปีนี้ขอให้พบแต่สิ่งดีๆ สมปรารถนาในทุกสิ่งนะคะ
มาดูเหตุการณ์ที่ผ่านมาในชีวิตเจ้าของบล๊อคในช่วงปี 53 ที่ผ่านมากันดีกว่าค่ะ
อบรมบ่มนิสัย ปีนี้น้อยอ่ะ 5 ครั้ง
- นครปฐมและกทม. 3 ครั้ง
- ต่างจังหวัด 2 ครั้ง
เที่ยวทั่วไทย ไปแต่เกาะ 6 ครั้ง
- บาหลี 21 – 24 ม.ค. 53
- เกาะหมาก ตราด 27 ก.พ. – 1 มี.ค. 53
- เกาะพยาม ระนอง 16 – 18 เม.ย. 53
- เกาะเสม็ด ระนอง 28 – 30 พ.ค. 53
- เกาหลี 25 – 29 ส.ค. 53
- สิงคโปร์ 4 - 7 ธ.ค. 53
ฮ้า...นี่บ้าไปเมืองนอกขนาดนี้ มิน่า...เงินคงเหลือปลายปีต้องควาน เขี่ย ขูดหา....เฮ้อ
งานแต่ง........หมดแล้ว.........แง
แต่งานศพญาติมิตร 2 งาน ถึงเวลาที่สังขารบ่ายคล้อย....ไม่เที่ยงแล้ว
หมายเหตุ ยอดผู้ชายยกมาจากปี 53 = 0 และยอดยกไปปี 54 ก็ยัง = 0 อีกแล้ว....ทุกปี ทุกปี ตราบนาน...T-T
มาดูเหตุการณ์ที่ผ่านมาในชีวิตเจ้าของบล๊อคในช่วงปี 53 ที่ผ่านมากันดีกว่าค่ะ
อบรมบ่มนิสัย ปีนี้น้อยอ่ะ 5 ครั้ง
- นครปฐมและกทม. 3 ครั้ง
- ต่างจังหวัด 2 ครั้ง
เที่ยวทั่วไทย ไปแต่เกาะ 6 ครั้ง
- บาหลี 21 – 24 ม.ค. 53
- เกาะหมาก ตราด 27 ก.พ. – 1 มี.ค. 53
- เกาะพยาม ระนอง 16 – 18 เม.ย. 53
- เกาะเสม็ด ระนอง 28 – 30 พ.ค. 53
- เกาหลี 25 – 29 ส.ค. 53
- สิงคโปร์ 4 - 7 ธ.ค. 53
ฮ้า...นี่บ้าไปเมืองนอกขนาดนี้ มิน่า...เงินคงเหลือปลายปีต้องควาน เขี่ย ขูดหา....เฮ้อ
งานแต่ง........หมดแล้ว.........แง
แต่งานศพญาติมิตร 2 งาน ถึงเวลาที่สังขารบ่ายคล้อย....ไม่เที่ยงแล้ว
หมายเหตุ ยอดผู้ชายยกมาจากปี 53 = 0 และยอดยกไปปี 54 ก็ยัง = 0 อีกแล้ว....ทุกปี ทุกปี ตราบนาน...T-T
Sunday, October 31, 2010
ขาดแคลนบุคลากรอย่างแรง
ช่วงนี้เริ่มเกิดวิกฤติการณ์ขาดคนซะแระ
เภสัชกรลาออกไป 1
เจ้าพนักงานเภสัชกรรมลาออกไป 1
เจ้าพนักงานเภสัชกรรมมีอัน Admit 1
เจ้าพนักงานเภสัชกรรมกะลังจะลาคลอดในอีกไม่กี่วัน อีก 1
เหลือคนอยู่กระหยิบมือเดียว
มีโอกาสเรยบอกหัวหน้าว่า
"ป๋าขา นักมวยค่ายเราเหลือน้อยแล้วนา"

Saturday, October 09, 2010
วิวัฒนาการ Final Fantasy
Sony Play Station เขามีวิวัฒนาการตั้งแต่ I, II, III
เล่นมาตั้งแต่เกมแผ่น
ตัวละคร casting จากภาพวาด

ฉากต่อสู้หันข้างกันอย่างเดียว ฉากเดินทางมี 4 แนว ขึ้นลงซ้ายขวา

มาจน PS - I, II
ตัวละครเป็น CG โครตเท่

ฉากต่อสู้มีมิติ ฉากเดินทางวิ่งได้ พอพักมีหอบแฮ่กอีกตะหาก

โอ๊ว มาดู PS - III
ตัวเอกในเกมหรือคีนู รีฟเนี่ย

ฉากต่อสู้.....อลังการงานสร้าง

ที่โม้มาทั้งหมดเนี่ย....จะซื้อ PS - III ซะดีมั๊ย
Did the destiny choose you........
or
You choose your own destiny
Sunday, September 26, 2010
Wednesday, September 22, 2010
ปรากฎการณ์สามก๊ก
เดี๋ยวนี้รู้สึกกระแสสามก๊ก จะเริ่มกลับมาอีกครั้ง
ขนาดโคนันเล่มล่าสุด เล่ม 65 ยังมีขงเบ้ง!
หลังจากคนเขียนแง้มๆ มีตอนกวนอูขี่ม้าเซ็กเทามาในตอนก่อนหน้านี้ซักปี
คราวนี้มาทั้งตัวการ์ตูนและโวหารจีนด้วยเลย....โอ๊ว ลึกซึ้งยิ่งนัก

ดูรูปแล้วไม่ค่อยเกี่ยว แต่ตลกตรงที่เฮียเหลียงขวัญใจเราเขาเล่นเป็นจิวยี่อ้ะ
คนแซ่เหลียงเขาเล่นเป็นคนแซ่ยี่ซะนี่
"เทียนกี้แซ่ยี่ ฮ่อปิ๊ดแซ่เหลียง" ฟ้าให้ (จิว) ยี่มาเกิดแล้วไยให้ (จูกัด) เหลียง มาเกิดด้วย
อ่อ ตอนเรียนภาษาจีน เหล่าซือตั้งชื่อให้ด้วยว่าชุนเซียน แปลว่า กลิ่นหอมของฤดูใบไม้ผลิ (เพราะเข้าเรียนตอนฤดูใบไม้ผลิ)
แต่เจ้าตัวชอบที่จะแปลเองว่า เทพแห่งฤดูใบไม้ผลิมากฝ่า (เซียน = เทพ)
บอกเหล่าซือว่า เป็งคงไทยร้อยปูเซ็ง แต่ถ้าจะให้มีแซ่ด้วยหนูจะแซ่เหลียงค่า.....ฮิ้ววววว
ไปทำ Quiz ของ FB เรื่องคุณเป็นใครในสามก๊ก
ปรากฎว่า นิสัยเข้าได้กับโจโฉซะนี่
เอาเถอะ ใช้คติเดียวกันก็ได้ "ยอมทรยศโลก แต่ไม่ยอมให้โลกทรยศข้า" กะ "ฆ่าผิดไป 100 คน ดีกว่าปล่อยศัตรูรอดไปคนเดียว"
ตอนนี้ HA มีมากกว่า 3 ก๊กซะอีก ดูซิว่าคนคุณภาพเขาจะปราบกบฎหมด หรือจะถูกโจโฉฆ่าเรียบซะก่อน...ฮ่า
Wednesday, June 23, 2010
What's my baby look like?
ไม่น่าเชื่อว่ามีเวปไซต์แบบนี้ด้วย เลยได้โอกาสเลือกผู้ชายมาเป็นพ่อของลูก.......ฮ่า
ใครเป็นพ่อบ้างดูกันเอาเองนะ
พ่อผมเป็นนายแบบ

นี่พ่ออิมพอร์ตจากเกาหลี

และสุดท้าย

สนใจไปที่ http://www.makemebabies.com/ จ้า
Saturday, May 15, 2010
Facebook mania
ตอนนี้กำลังติดเกม Farmville ใน Facebook อย่างแรง
เรียกว่าซื้อชั่วโมง internet ต่อแล้วต่ออีก
ปลูกผัก-เก็บผัก กันทั้งเช้าเย็น รวมทั้งปลูกต้นไม้ เลี้ยงหมูหมากาไก่
จนลืมไปว่าที่บ้านก็มีที่ให้ปลูกให้เก็บ
ทั้งฟักเขียวที่งาม...ทั้งที่อากาศร้อน..ได้ไงฟระ
กล้วยน้ำว้าตลอดแนวคลอง
ดอกไม้ก็มีในเรือนกล้วยไม้
Amaryllis ที่บ้านเรียกว่านสี่ทิศ
ไม่มีรถแทร็กเตอร์มีแต่เรือสำปั้น
สัตว์เลี้ยงบ้านนี้เขาชอบเกาะม้านั่งให้ลมโกรกท้องเล่น (ตีนเปื้อนไปนิดเพราะเจ้าของมัวแต่เล่นเนตปล่อยให้ลงไปงมหอยในแม่น้ำกินกันเอง)
ส่วนคุณปลาดุกเค้าไม่พูดจากะใครหรอก
...รู้แระ...ว่าทำไมใน Farmville ถึงไม่มีควาย
ก็มันนั่งอยู่หน้าจอทุกเช้าทุกเย็นนี่เอง
จะไปอาฟริกาเอิงเงย
เมื่อวันที่ 10 พ.ค. มีคณะดูงานผลิตสมุนไพรจาก ม.ศิลปากรมาดูงานที่ รพ.
ภญ.ดร.กฤษณา ไกรสินธุ์ เภสัชกรแม็กไซไซก็มากับ อ. คณะเภสัชฯ ด้วย
ดีใจที่แกไม่ได้คาดหวังให้ รพ. ตั้งโรงงานผลิตขึ้นมากันเอง
ให้จ้างโรงงานที่ได้มาตรฐานผลิตแล้วใช้แบรนด์ รพ. ก็ได้
ดีจังค่า..แค่นี้หนูก็เหนื่อยเต็มทีแระ
หลังจากพาไปเดินซอกซอนท่ามกลางอากาศร้อนจน อ.ใกล้จะกลับ
ก็เลยถือโอกาสนำเสนอตัวเองไปเป็นผู้ช่วยผลิตยาต้านไวรัสที่โรงงานในอาฟริกา
อ. แกเกริ่นไว้ก่อนว่าที่นั่นมันเต็มไปด้วยตุ๊กแก มดกินคน งูพิษ และสัตว์นำโรคอื่นๆ เยอะนา
..แต่พอเห็นคนฟังทำตาเป็นประกายแล้วกระซิบถาม อ.ขวัญที่อยู่ข้างๆ ว่า..ทั้งหมดนั่นให้กินได้ใช่มั๊ย..แฮ่ม
อ.ขวัญได้แต่ส่ายหน้ายิก รีบตอบว่าเปล่าๆ (แถมยังทำหน้าสยองซะอีก)
สรุปก็เลยได้เอาชื่อไปเข้าคิวร่วมคณะไปอาฟริกาเป็นเวลา 1 เดือน
พอทำหน้าระริกระรี้ไปถาม ผอ.รพ. ดันได้คำตอบว่าไว้ผ่าน HA ก่อนค่อยไป...แง้
ชาติหน้าตอนบ่ายๆ จะได้ไปมั๊ยเนี่ย
อ๊ายยยย...ทำไมหล่อนถึงได้สวยกว่าชะนียะ?
เมื่อวันที่ 7 พ.ค. มีงานเลี้ยงส่งหมอที่จะไปเรียนต่อและเจ้าหน้าที่อื่นๆ ที่ย้าย, ลาออก แล้วก็เลี้ยงรับเจ้าหน้าที่ใหม่ของ รพ.
ก็กินโต๊ะจีนกันเฉพาะเจ้าหน้าที่ของโรงพยาบาลเหมือนทุกทีแบบไม่มีคนนอกมาร่วมเหมือนงานปีใหม่
โอ้..แต่ฉากสำคัญนอกจากสไลด์ภาพอำลาคนจะไปให้ซึ้ง (เฉพาะคนจะไป...ส่วนคนอื่นก็กินๆๆๆ)
ยังมีคาบาเร่ต์โชว์เมดอินสามควายเผือกมาแสดงด้วย
เราไม่ได้ดูมานานแล้ว ได้แต่ตื่นตาตื่นใจกับสาว?..งาม ทรงโต อิจฉาหมอๆ ที่มีสาว? มานั่งตัก หอมแก้ม แถมให้บีบนมดั้ว

มีโอกาสเลยไปถ่ายรูปคู่ซะ
ส่วนโชว์ตลกก็ฮากันซะไม่มี
วันรุ่งขึ้นก็มาแย่งกันเล่าให้หัวหน้าและคนอื่นที่ไม่ได้ไปงานฟัง (หัวหน้าดันทำหน้าเซ็งแล้วบอกว่าไร้สาระซะอีกแน่ะ..เฮอะ แปลกคน)
แรกๆ ก็เม้าท์กันอยู่ดีๆ ทำไมมีตบท้ายแย่งกันฟ้องว่า "เจ๊อ่ะ ไปถ่ายรูปคู่แทบจะเอาหัวไปซุกนมเค้าเรยเนี่ย"

........อ่าว....ไอ้พวกนี้
ปล. เป็นภาพถ่ายจากมือถือเลยไม่ค่อยชัดอ่ะ
Friday, April 23, 2010

วันนี้ไปทำงานสายอ่ะ
เพราะพ่อที่ช่วยดูแลความเรียบร้อยของรถอยู่ทุกวันไปเห็นว่ามีตะปูตำล้ออยู่
เลยช่วยกันดึงออกมาเป็นเหล็กแบนๆ เหมือนเหล็กเย็บลังยา..ตามด้วยเสียงลมดังฟู่ๆๆๆๆ
จากนั้นก็เป็นเราที่อยู่ในชุดทำงานไปขึ้นแม่แรงยกรถขึ้นมา
ถอดล้อรถออกแบบเอาขาเดียวตื้บๆไขควงขันน๊อต....ในขณะที่ชาวบ้านขึ้นไปขย่มทั้งตัว
แล้วก็อุ้มยางอะไหล่มาใส่เปลี่ยน
มีพ่อคอยยืนบอกทุก step เพราะจะสอนให้ลูกสาวทำเป็น ไม่ต้องจำเอาอย่างเดียวเหมือนที่เคยบอก
มีแม่คอยยืนบ่นพ่อว่าให้ลูกทำทำไมเนี่ย
และมีหมาอีก 2 ตัว โดนล่ามโซ่นอนมองว่าวันนี้ทำไมพวกเจ้านายเค้าคึกคักจังฟระ..แล้วพวกตรูจะโดนล่ามถึงเมื่อไหร่ละเหวย
ดีที่ลมยางอะไหล่ไม่หมดไปซะก่อน (หลังจากเติมล่าสุดเมื่อ 2 ปีที่แล้ว) เลยวิ่งยางแบนนิดๆ ไปร้านปะยางแถวโรงบาลได้
ไปทำงานเอาโน่นเกือบ 9 โมงครึ่ง
ตอนบ่ายถึงจะทำใจไปฉีดวัคซีนป้องกันพิษสุนัขบ้า ที่มะมอมฝากรอยเขี้ยวไว้ที่ดอกยางลอนที่เอวเมื่อวาน
เอ่อ...แบบว่าวันนี้หมดซวยแล้วใช่มั๊ยเนี่ย
Friday, April 02, 2010
เมื่อต้องพลิกวิกฤติเป็นโอกาส
งานสัปดาห์หนังสือปีนี้ทำให้ขัดใจมากเลย
และคงเหมือนหลายๆ คนที่ไม่อยากฝ่าความร้อนทางการเมืองไปเดินซื้อหนังสือ
....แต่ก็อยากได้หนังสือราคาพิเศษอ้ะ
แถมยังมีหนังสือที่อยากอ่านมากๆ ด้วย
เลยตัดสินใจสมัครสมาชิกทีเดียว 2 สำนักพิมพ์...แล้วก็สั่งซื้อทางเนต
ที่จริงก็เคยทำนะ แต่ก็ยังรู้สึกยุ่งยากที่ต้องไปโอนเงินที่ธนาคาร แถมยังต้อง fax กลับอีก
ต้องเสียเวลาไปธนาคาร (บางที)เสียค่าโอน เสียค่า fax ใบสลิปกลับ แถมบางทีต้องเสียค่าจัดส่งด้วย
จากที่จะได้ลด คิดไปคิดมาเลยเหมือนไม่แตกต่างกับไปเดินเลือกซื้อตามร้านแล้วได้ลด 5%
แต่เดี๋ยวนี้..เทคโนโลยีทำได้
อย่างสำนักพิมพ์แจ่มใส โอนเงินเสร็จก็ไปคลิกปุ่มยืนยันโอนเงิน กรอกรายละเอียด....เสร็จแล้ว
ส่วนสำนักพิมพ์สถาพร ให้สแกนใบสลิปกลับ แต่ขี้เกียจต่อเครื่องสแกนเลยถ่ายรูปส่งอีเมล์ไป...ได้เหมือนกัน
ต่อจากนั้นก็นอนเกาพุงรอหนังสือลด 15% ส่งมา..เอิงเงย

ตัวอย่างหนังสือส่วนหนึ่งจาก 8 เล่ม 2 สำนักพิมพ์

และคงเหมือนหลายๆ คนที่ไม่อยากฝ่าความร้อนทางการเมืองไปเดินซื้อหนังสือ
....แต่ก็อยากได้หนังสือราคาพิเศษอ้ะ
แถมยังมีหนังสือที่อยากอ่านมากๆ ด้วย
เลยตัดสินใจสมัครสมาชิกทีเดียว 2 สำนักพิมพ์...แล้วก็สั่งซื้อทางเนต
ที่จริงก็เคยทำนะ แต่ก็ยังรู้สึกยุ่งยากที่ต้องไปโอนเงินที่ธนาคาร แถมยังต้อง fax กลับอีก
ต้องเสียเวลาไปธนาคาร (บางที)เสียค่าโอน เสียค่า fax ใบสลิปกลับ แถมบางทีต้องเสียค่าจัดส่งด้วย
จากที่จะได้ลด คิดไปคิดมาเลยเหมือนไม่แตกต่างกับไปเดินเลือกซื้อตามร้านแล้วได้ลด 5%
แต่เดี๋ยวนี้..เทคโนโลยีทำได้
อย่างสำนักพิมพ์แจ่มใส โอนเงินเสร็จก็ไปคลิกปุ่มยืนยันโอนเงิน กรอกรายละเอียด....เสร็จแล้ว
ส่วนสำนักพิมพ์สถาพร ให้สแกนใบสลิปกลับ แต่ขี้เกียจต่อเครื่องสแกนเลยถ่ายรูปส่งอีเมล์ไป...ได้เหมือนกัน
ต่อจากนั้นก็นอนเกาพุงรอหนังสือลด 15% ส่งมา..เอิงเงย
ตัวอย่างหนังสือส่วนหนึ่งจาก 8 เล่ม 2 สำนักพิมพ์
ได้ของแถมด้วยล่ะ (ไม่เกี่ยวกับหมีนะ..แค่มาเป็นพรีเซนเตอร์ให้เฉยๆ อ่ะ)
แต่ว่าถึงจะแก้ปัญหาไม่ต้องเข้าเมืองไปซื้อหนังสือได้ แต่ปัญหาอดเข้าเมืองไปกินของอร่อยเนี่ยยังเหลืออยู่นี่นา....อะฮื้อ~
Sunday, February 14, 2010
สวัสดีปีขาล
เข้าปีขาลมาทั้งที ปีนี้จะอายุ 3 โหลแล้วจร้า
ถึงใครจะบอกว่าปีขาลชงก็ไม่สน เพราะดวงแข็ง เค็ม เหนียวอย่างเรา ไปได้อยู่แล้ว
แหม่..ก็ปีขาล วันอังคาร เดือน 5 วันเดือนปีแข็งปัง แถมเวลาเกิดเข้าลัคนาราศีสิงห์
จะชงก็ตรงที่ความแข็งมันชนกันเองนั่นแล......ฮ่า
เอาเป็นว่าสวัสดีปีใหม่จีน ขอให้ร่ำรวย เฮง เฮง กันถ้วนหน้านะจ๊ะ
ตำนาน 12 นักษัตรจีนได้ปรากฏครั้งแรกในประเทศจีน ตั้งแต่ศตวรรษที่หนึ่ง คนจีนเชื่อว่าแต่ละราศี จะสำแดงบุคลิกภาพเด่นด้อยออกมา อันเป็นความเชื่อที่นิยมในชุมชนชาวจีนทั่วโลก ปีใหม่ทางจันทรคติ ของชาวจีนจะขึ้นอยู่กับรอบปี 12 นักษัตร เริ่มจาก ชวด, ฉลู, ขาล, เถาะ, มะโรง, มะเส็ง, มะเมีย, มะแม, วอก, ระกา, จอและกุน โดยปีขาลจะเริ่มที่ 14 กุมภาพันธ์ 2553 และไปจนถึงวันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2554 ทารกเกิดภายในช่วงระยะเวลานี้เป็นชะตาผู้เกิดในปีเสือ เนื่องจากยังไม่ทราบว่าชะตาราศีบุคคลจะเป็นอย่างไร ชาวจีนจึงมักเริ่มต้นปีใหม่นี้ด้วยการระมัดระวังอย่างยิ่ง ทั้งในการสนทนาและพฤติกรรมของตนต่างๆ เพื่อป้องกันวิกฤติความเปลี่ยนแปลงที่อาจเกิดขึ้นในด้านลบอย่างผู้ไม่ประมาทฯ
ตรุษจีนปีนี้ขอนำคำทำนายของบรรดาซินแสจีนมาแบ่งปัน
ราศีปีเกิดที่ถูกโฉลกสำหรับปีขาลคือราศีเกิดมะเมีย, มะแมและมะโรง ในขณะที่ขาล, วอก, กุน และปีมะเส็ง จะเป็นอีกด้านตรงข้าม
มัก หลิงหลิง หนึ่งในซินแสฮวงจุ้ย ชาวฮ่องกง ที่มีชื่อเสียง ผู้เชี่ยวชาญด้านโหราศาสตร์และเป็นผู้เขียนหนังสือหลายเล่ม ทำนายว่า ในปีขาลนี้ คนที่เกิดในปีมะเมียและปีมะแม จะมีโชคดี แต่ต้องไม่ทำอะไรด้วยความเร่งรีบเกินควร ส่วนผู้เกิดในปีมะโรงจะมีรายรับตามปกติแต่ไม่ควรคาดว่าว่าจะมีส้มหล่นหรือลาภลอยมา
ขณะที่ผู้เกิดในปีขาลและปีวอก ชะตาปีนี้จะขึ้นๆ ลงๆ คนเกิดในปีวอกและกุนมีโอกาสดีในการทำรายได้ในสถานที่ไกลจากบ้านเกิด ขณะที่คนเกิดปีมะเส็ง อาจจะไม่มีโชคลาภนัก กระนั้นก็ตามยามตกทุกข์จะได้รับความช่วยเหลือจากผู้หญิงที่มีฐานะ ซินแสมัก เสริมว่า คนที่เกิดในปีเถาะจะได้รับความช่วยเหลือจากผู้ชายที่ร่ำรวย และสามารถรับคำแนะนำทางการเงินได้จากผู้มีอายุสูงกว่า และคนเกิดปีระกาไม่ควรคาดหวังสูงในการลงทุน โดยให้พอใจในผลกำไรแม้เพียงเล็กน้อยไว้ ดีกว่าโลภเกินไปจนลาภหาย ปีขาลนี้ คนเกิดปีจอ ดูจะมีโอกาสในการลงทุนส่วนตัว มากกว่าร่วมทุนกับหมู่คณะอื่นๆ และสำหรับคนเกิดปีฉลู ซึ่งได้แรงดึงดูดจากชะตาแห่งความรัก จะได้พบเนื้อคู่และสมรักสมรส ซึ่งจะเสริมส่งให้ดวงชะตาปีนี้ดีขึ้นไปอีก ขาล, วอก, กุน และมะเส็ง ให้สุขุมรอบคอบไว้
ทางด้าน หลี่ หมิงจู พยากรณ์อีกท่าน ได้ชี้ว่า คนที่เกิดในปีขาลและปีวอก อาจจะพบกับเรื่องยุ่งยากและความไม่แน่ไม่นอน ขึ้นๆ ลงๆ ในปีนี้ และขอแนะนำให้ก่อนทำอะไรควรได้ปรึกษาคนอื่นๆ ก่อน ส่วนผู้ที่เกิดปีกุน ควรจะระวังคู่อริและสนใจดูแลสุขภาพตนเองด้วย เสริมคำพยากรณ์จากผู้เชี่ยวชาญปรัชญาธรรมชาติ หลง เจิ้งเถียน ซึ่งก็กล่าวในทำนองเดียวกันว่า ในปีเสือนี้ ควรจะอยู่นิ่งๆ สงบเยี่ยงเสือไว้ แทนที่จะแวบไปมาบ่อยนัก ถ้าคนเกิดปีวอก ก็ควรจะทำตัวเงียบๆ อย่าเด่นโดดจนทำให้คนอื่นร้อนผ่าวในดวงตา อาจเผชิญกับความเปลี่ยนแปลงในชีวิตด้านต่างๆ อาจต้องเดินทางบ่อย หรือถูกแต่งตั้งโยกย้ายให้ไปทำงานในที่อื่น
หลี่ เจี้ยน จุน ผู้เชี่ยวชาญฮวงจุ้ย ระบุว่า คนเกิดปีหมูให้ระวังอุบัติเหตุในปีเสือ ขณะเดียวกันก็จะได้รับความช่วยเหลืออย่างไม่คาดฝัน พร้อมกับแนะนำว่า คนเกิดปีขาลและปีวอกไม่ควรลงทุนเก็งกำไรในปีนี้ ทั้งนี้ คำพยากรณ์นั้นไม่อาจจะระบุได้กับบุคคลใดบุคคลหนึ่ง
ไช่ เจิ้งหลุน ผู้เชี่ยวชาญฮวงจุ้ย อีกท่านกล่าวว่า การรวบรวมคำนวณรหัสตัวเลขเป็นเหมือนการเดาทาง แต่ทางชีวิตไม่ได้กำหนดมีเพียงหนึ่งเดียว ดังเช่นที่ ขงจื่อ (孔子) เทพนักปราชญ์นักคิดคนสำคัญของจีน ได้สรุปรวบยอดถึงสรรพสิ่งที่พบพาน กับชีวิตที่เลือกได้ในสภาพความเปลี่ยนแปลงขึ้นลงนั้นว่า
"ถ้าผู้ใดคิดจักเป็นใหญ่ ผู้นั้นจักได้เป็นใหญ่ ถ้าผู้ใดคิดอยากเป็นอะไร ผู้นั้นก็จะได้เป็นสิ่งนั้น ด้วยแสวงหา มิใช่รอคอย ด้วยเชี่ยวชาญ มิใช่เพราะโอกาส ด้วยสามารถ มิใช่เพราะโชคช่วย ดังนี้แล้วจึงกล่าวได้ว่า
"ลิขิตฟ้าหรือจะสู้มานะตน""
ถึงใครจะบอกว่าปีขาลชงก็ไม่สน เพราะดวงแข็ง เค็ม เหนียวอย่างเรา ไปได้อยู่แล้ว
แหม่..ก็ปีขาล วันอังคาร เดือน 5 วันเดือนปีแข็งปัง แถมเวลาเกิดเข้าลัคนาราศีสิงห์
จะชงก็ตรงที่ความแข็งมันชนกันเองนั่นแล......ฮ่า
เอาเป็นว่าสวัสดีปีใหม่จีน ขอให้ร่ำรวย เฮง เฮง กันถ้วนหน้านะจ๊ะ
ตำนาน 12 นักษัตรจีนได้ปรากฏครั้งแรกในประเทศจีน ตั้งแต่ศตวรรษที่หนึ่ง คนจีนเชื่อว่าแต่ละราศี จะสำแดงบุคลิกภาพเด่นด้อยออกมา อันเป็นความเชื่อที่นิยมในชุมชนชาวจีนทั่วโลก ปีใหม่ทางจันทรคติ ของชาวจีนจะขึ้นอยู่กับรอบปี 12 นักษัตร เริ่มจาก ชวด, ฉลู, ขาล, เถาะ, มะโรง, มะเส็ง, มะเมีย, มะแม, วอก, ระกา, จอและกุน โดยปีขาลจะเริ่มที่ 14 กุมภาพันธ์ 2553 และไปจนถึงวันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2554 ทารกเกิดภายในช่วงระยะเวลานี้เป็นชะตาผู้เกิดในปีเสือ เนื่องจากยังไม่ทราบว่าชะตาราศีบุคคลจะเป็นอย่างไร ชาวจีนจึงมักเริ่มต้นปีใหม่นี้ด้วยการระมัดระวังอย่างยิ่ง ทั้งในการสนทนาและพฤติกรรมของตนต่างๆ เพื่อป้องกันวิกฤติความเปลี่ยนแปลงที่อาจเกิดขึ้นในด้านลบอย่างผู้ไม่ประมาทฯ ตรุษจีนปีนี้ขอนำคำทำนายของบรรดาซินแสจีนมาแบ่งปัน
ราศีปีเกิดที่ถูกโฉลกสำหรับปีขาลคือราศีเกิดมะเมีย, มะแมและมะโรง ในขณะที่ขาล, วอก, กุน และปีมะเส็ง จะเป็นอีกด้านตรงข้าม
มัก หลิงหลิง หนึ่งในซินแสฮวงจุ้ย ชาวฮ่องกง ที่มีชื่อเสียง ผู้เชี่ยวชาญด้านโหราศาสตร์และเป็นผู้เขียนหนังสือหลายเล่ม ทำนายว่า ในปีขาลนี้ คนที่เกิดในปีมะเมียและปีมะแม จะมีโชคดี แต่ต้องไม่ทำอะไรด้วยความเร่งรีบเกินควร ส่วนผู้เกิดในปีมะโรงจะมีรายรับตามปกติแต่ไม่ควรคาดว่าว่าจะมีส้มหล่นหรือลาภลอยมา
ขณะที่ผู้เกิดในปีขาลและปีวอก ชะตาปีนี้จะขึ้นๆ ลงๆ คนเกิดในปีวอกและกุนมีโอกาสดีในการทำรายได้ในสถานที่ไกลจากบ้านเกิด ขณะที่คนเกิดปีมะเส็ง อาจจะไม่มีโชคลาภนัก กระนั้นก็ตามยามตกทุกข์จะได้รับความช่วยเหลือจากผู้หญิงที่มีฐานะ ซินแสมัก เสริมว่า คนที่เกิดในปีเถาะจะได้รับความช่วยเหลือจากผู้ชายที่ร่ำรวย และสามารถรับคำแนะนำทางการเงินได้จากผู้มีอายุสูงกว่า และคนเกิดปีระกาไม่ควรคาดหวังสูงในการลงทุน โดยให้พอใจในผลกำไรแม้เพียงเล็กน้อยไว้ ดีกว่าโลภเกินไปจนลาภหาย ปีขาลนี้ คนเกิดปีจอ ดูจะมีโอกาสในการลงทุนส่วนตัว มากกว่าร่วมทุนกับหมู่คณะอื่นๆ และสำหรับคนเกิดปีฉลู ซึ่งได้แรงดึงดูดจากชะตาแห่งความรัก จะได้พบเนื้อคู่และสมรักสมรส ซึ่งจะเสริมส่งให้ดวงชะตาปีนี้ดีขึ้นไปอีก ขาล, วอก, กุน และมะเส็ง ให้สุขุมรอบคอบไว้
ทางด้าน หลี่ หมิงจู พยากรณ์อีกท่าน ได้ชี้ว่า คนที่เกิดในปีขาลและปีวอก อาจจะพบกับเรื่องยุ่งยากและความไม่แน่ไม่นอน ขึ้นๆ ลงๆ ในปีนี้ และขอแนะนำให้ก่อนทำอะไรควรได้ปรึกษาคนอื่นๆ ก่อน ส่วนผู้ที่เกิดปีกุน ควรจะระวังคู่อริและสนใจดูแลสุขภาพตนเองด้วย เสริมคำพยากรณ์จากผู้เชี่ยวชาญปรัชญาธรรมชาติ หลง เจิ้งเถียน ซึ่งก็กล่าวในทำนองเดียวกันว่า ในปีเสือนี้ ควรจะอยู่นิ่งๆ สงบเยี่ยงเสือไว้ แทนที่จะแวบไปมาบ่อยนัก ถ้าคนเกิดปีวอก ก็ควรจะทำตัวเงียบๆ อย่าเด่นโดดจนทำให้คนอื่นร้อนผ่าวในดวงตา อาจเผชิญกับความเปลี่ยนแปลงในชีวิตด้านต่างๆ อาจต้องเดินทางบ่อย หรือถูกแต่งตั้งโยกย้ายให้ไปทำงานในที่อื่น
หลี่ เจี้ยน จุน ผู้เชี่ยวชาญฮวงจุ้ย ระบุว่า คนเกิดปีหมูให้ระวังอุบัติเหตุในปีเสือ ขณะเดียวกันก็จะได้รับความช่วยเหลืออย่างไม่คาดฝัน พร้อมกับแนะนำว่า คนเกิดปีขาลและปีวอกไม่ควรลงทุนเก็งกำไรในปีนี้ ทั้งนี้ คำพยากรณ์นั้นไม่อาจจะระบุได้กับบุคคลใดบุคคลหนึ่ง
ไช่ เจิ้งหลุน ผู้เชี่ยวชาญฮวงจุ้ย อีกท่านกล่าวว่า การรวบรวมคำนวณรหัสตัวเลขเป็นเหมือนการเดาทาง แต่ทางชีวิตไม่ได้กำหนดมีเพียงหนึ่งเดียว ดังเช่นที่ ขงจื่อ (孔子) เทพนักปราชญ์นักคิดคนสำคัญของจีน ได้สรุปรวบยอดถึงสรรพสิ่งที่พบพาน กับชีวิตที่เลือกได้ในสภาพความเปลี่ยนแปลงขึ้นลงนั้นว่า
"ถ้าผู้ใดคิดจักเป็นใหญ่ ผู้นั้นจักได้เป็นใหญ่ ถ้าผู้ใดคิดอยากเป็นอะไร ผู้นั้นก็จะได้เป็นสิ่งนั้น ด้วยแสวงหา มิใช่รอคอย ด้วยเชี่ยวชาญ มิใช่เพราะโอกาส ด้วยสามารถ มิใช่เพราะโชคช่วย ดังนี้แล้วจึงกล่าวได้ว่า
"ลิขิตฟ้าหรือจะสู้มานะตน""
Thursday, February 04, 2010
แง.....งูจะมารัดอ้ะ
เมื่อตอนปีใหม่ได้หยุดก็ต้องอึ้ง อึ้ง อึ้ง เมื่อทำความสะอาดห้องนอนตัวเองแล้วไปเจอคราบงูมาพันอย่างดีที่เก้าอี้หวายห่างจากเตียงแค่เมตรกว่าๆ
คิดในแง่ดีว่าความชื้นติดอยู่ที่คราบงูไม่มากคงมาลอกไว้นานแล้ว....กลัวแล้วไปจ้องใกล้อย่างงั้นทามม๊าย
สงสัยตั้งแต่ไปญี่ปุ่นเดือนพฤศจิกายน....แปลว่าที่ผ่านมาเพิ่งได้ทำความสะอาดห้องอ้ะ
แบบว่าไม่กล้าแคะออกมา แถมพ่อกะแม่ยังเฉยๆ มีตลกอีกว่าระวังงูมารัดน๊า
เลยได้แต่นั่งดูนอนดูคราบงูอยู่ทุกเช้าเย็น
คราวนี้ไปบาหลีกลับมาไม่กี่วัน...
เอ๊ะทำไมคราบงูมันเพิ่มขึ้น
....แง.....เจ้าบาสิลิสก์ (ตั้งชื่อให้ดั้ว) มันมาลอกคราบอีกแล้ว คราวนี้ตัวยาวเป็นเมตรแล้ว
คุณนายสุนีย์บอกว่าสงสัยมันอยู่ให้ห้องนั่นแหละ...แล้วก็ทำเฉยๆ
ส่วนเด็กๆ ที่ห้องยาบอกว่าทำไมไม่ยอมรื้อห้อง เดี๋ยวมันก็มาไข่ไว้หรอก
....มีมาไข่อีกเหรอ..................
อ๊ายยยยยยยยยย
อย่างนี้มันคงไม่มารัดแล้ว เดี๋ยวตัวใหญ่ขึ้นใหญ่ขึ้น....มันจะแด๊กตูอ่ะดิ
ไล่งูไปแล้วผู้ชายจะหนีมั๊ยเนี่ย........แง
ดูรูปแล้วบอกกันด้วยว่ามันงูอารายเนี่ย..อะฮื้อ~
Thursday, December 31, 2009
สรุปเหตุการณ์ส่งท้ายปีเก่า ต้อนรับปีใหม่ 53
สวัสดีปีใหม่ค่ะ ทุกๆ ท่าน ปีนี้ขอให้พบแต่สิ่งดีๆ สมปรารถนาในทุกสิ่งนะคะ
มาดูเหตุการณ์ที่ผ่านมาในชีวิตเจ้าของบล๊อคในช่วงปี 52 ที่ผ่านมากันดีกว่าค่ะ
เดินทางไกลแบบขับรถเอง 2 ครั้ง
- ชะอำ 11 ม.ค. 52
- ปึกเตียน 14 – 15 มี.ค. 52
อบรมบ่มนิสัย ปีนี้เยอะมาก 10 ครั้ง
- นครปฐมและกทม. 7 ครั้ง
- ต่างจังหวัด 3 ครั้ง
เที่ยวทั่วไทย ไปทั่วโลก 5 ครั้ง....ยังน้อยอยู่...เฮ้อ
- ภูเก็ต 26 – 28 ก.พ. 52
- ปึกเตียน เพชรบุรี 14 – 15 มี.ค. 52
- ฮ่องกง 11 – 13 เม.ย. 52
- หัวหิน ชะอำ 8 – 9 ส.ค. 52
- ญี่ปุ่น 11 – 15 พ.ย. 52
งานแต่ง เหลืองานเดียว.......โฮกกกกกก
- สุนันท์ 4 ม.ค. 52
ที่เหลือ (รวมเราด้วย) ขึ้นทะเบียนคานทองไว้แร้ว
อื่นๆ
ปีนี้มีสิ่งประทับใจตอนไปดูแสงสีที่หน้าพระที่นั่งอนันตสมาคม ได้ไปช่วยกันประสานเสียง “ทรงพระเจริญ” ซ้ำแล้วซ้ำอีก ให้รู้สึกได้ว่าคนไทย “รัก” พระเจ้าอยู่หัวขนาดไหน
หมายเหตุ ยอดผู้ชายยกมาจากปี 52 = 0 และยอดยกไปปี 53 ก็ยัง = 0 อีกแล้ว....ทุกปี ทุกปี ตราบนาน...T-T
มาดูเหตุการณ์ที่ผ่านมาในชีวิตเจ้าของบล๊อคในช่วงปี 52 ที่ผ่านมากันดีกว่าค่ะ
เดินทางไกลแบบขับรถเอง 2 ครั้ง
- ชะอำ 11 ม.ค. 52
- ปึกเตียน 14 – 15 มี.ค. 52
อบรมบ่มนิสัย ปีนี้เยอะมาก 10 ครั้ง
- นครปฐมและกทม. 7 ครั้ง
- ต่างจังหวัด 3 ครั้ง
เที่ยวทั่วไทย ไปทั่วโลก 5 ครั้ง....ยังน้อยอยู่...เฮ้อ
- ภูเก็ต 26 – 28 ก.พ. 52
- ปึกเตียน เพชรบุรี 14 – 15 มี.ค. 52
- ฮ่องกง 11 – 13 เม.ย. 52
- หัวหิน ชะอำ 8 – 9 ส.ค. 52
- ญี่ปุ่น 11 – 15 พ.ย. 52
งานแต่ง เหลืองานเดียว.......โฮกกกกกก
- สุนันท์ 4 ม.ค. 52
ที่เหลือ (รวมเราด้วย) ขึ้นทะเบียนคานทองไว้แร้ว
อื่นๆ
ปีนี้มีสิ่งประทับใจตอนไปดูแสงสีที่หน้าพระที่นั่งอนันตสมาคม ได้ไปช่วยกันประสานเสียง “ทรงพระเจริญ” ซ้ำแล้วซ้ำอีก ให้รู้สึกได้ว่าคนไทย “รัก” พระเจ้าอยู่หัวขนาดไหน
หมายเหตุ ยอดผู้ชายยกมาจากปี 52 = 0 และยอดยกไปปี 53 ก็ยัง = 0 อีกแล้ว....ทุกปี ทุกปี ตราบนาน...T-T
Friday, December 18, 2009
โลกกว้างไป หรือใจเราแคบเกิน
กะลังชั่งใจว่าจะซื้อ Play Station Portable (PSP) มาเล่นดีมั๊ยน๊อ

เอาไว้เล่นเวลาอยู่ว่างๆ ไม่รู้จะทำอะไร แต่มันก็แพงอ้ะ แถมไปอ่านบทความของพี่วุฒิเคท (เที่ยวสบายกระเป๋า) เลยสะดุ้งนึดนึง
..... โลกยุคโลกาภิวัตน์นี่ ทุกเมืองใหญ่มีสิ่งหนึ่งที่เหมือนกัน คือมีคนเหงามากเหลือเกินครับ...... ต่างกันเพียงดีกรี และผลสืบเนื่องอันนำมาซึ่งความว้าเหว่ ที่ต่างสาเหตุ กันเท่านั้นครับ
อะไรทำให้ผู้คนอยู่ในสภาพนี้หรือ
ถ้าถามผม..ผมก็ต้องบอกว่า...คนเราเดี๋ยวนี้สื่อสารกันน้อย...People talking without speaking, people hearing without listening...เหมือนเพลง เสียงแห่งความเงียบ ของ ไซม่อน แอนด์ การ์ฟังเกล นั่นแหละครับ...
เพราะอะไร ?
เพราะคนสมัยใหม่เดี๋ยวนี้ พูดกับโทรศัพท์...สื่อสารกับมือถือทาง เอสเอ็มเอส...และเมื่ออยู่ตามลำพังก็เล่นเกม ฆ่าเวลา... ซึ่งสังเกตเห็นได้จนคุ้นชินเป็นธรรมดาในรถซับเวย์ หรือตามมุมทางแยก มุมตึกต่างๆ...
ความเหงานี่ ใครเป็นผู้นำมาสู่หรือครับ....
เทคโนโลยี่ หรือ ความฉับไวในชีวิตที่ทำให้คุณค่าของความมนุษย์หดหายไป กลายเป็น หุ่นยนต์ ที่ไร้ชีวิตจิดวิญญาณ เข้าไปทุกที...
ถ้าเรามีครอบครัวที่อบอุ่น...มีผู้ใหญ่ ญาติพี่น้อง มิตรดี ที่คอยติติง บ่นเตือนเรื่องโน้นเรื่องนี้...มีคนคอยแนะนำ ให้มีสัมมาคารวะ มีมารยาท มีคุณธรรม ตระหนักในคุณค่าของงาน...... เน้นย้ำเรื่องการเลิกฝันเฟื่องที่จะได้ ผลลัพธ์ดอกผลอันงดงาม จากการอยู่เฉยๆหรือทำอะไรอย่างขอไปที...พร่ำพรรณนาให้เราปฏิบัติตนเป็นคนมีคุณค่า เป็นคนมีแรงกระตุ้นให้ทำอะไรเพื่อคนอื่น... ฯลฯ ละก็.... ขอให้ภูมิใจเถิดครับว่า...เราโชคดีเหลือเกินที่มีคนปรารถนาดีต่อเราอย่างจริงจัง....... เพราะทุกสิ่งทุกอย่างที่กล่าวมา จะช่วยให้เรามี มนุษยสัมพันธ์ อยู่ร่วมกับผู้คนในสังคมคนดีได้โดยไม่ต้องหลบสายตา....แล้วเราจะ ไม่เหงา ครับ
เชื่อเถิดครับว่า ....คนเหงา นี่น่าสงสารมาก ครับ...แม้จะร่วมกลุ่มกับ คนเหงา ด้วยกัน เป็นชมรม เป็น คณะ เป็น ก๊วน...ก็อย่าหวังเลยครับว่า ความเหงาจะจางหายไปในชีวิต....เพราะมัน ผิดตรรกะ ที่คนเหงาจะช่วยให้คนอื่นหายเหงาได้ครับ....เชื่อเถิดครับว่า...ถ้าไม่ถอนตัวก่อนจะสายเกินไป...เราจะมีเวลาที่เหม่อลอย สะท้อนใจ อยู่เสมอทุกครั้งที่อยู่ตามลำพัง...เพราะ..เหงา ครับ
........แง เราเหงาอยู่เหรอ?........
ป่าวมั๊ง....หนูแค่อยากได้ PSP อ้ะ

เอาไว้เล่นเวลาอยู่ว่างๆ ไม่รู้จะทำอะไร แต่มันก็แพงอ้ะ แถมไปอ่านบทความของพี่วุฒิเคท (เที่ยวสบายกระเป๋า) เลยสะดุ้งนึดนึง
..... โลกยุคโลกาภิวัตน์นี่ ทุกเมืองใหญ่มีสิ่งหนึ่งที่เหมือนกัน คือมีคนเหงามากเหลือเกินครับ...... ต่างกันเพียงดีกรี และผลสืบเนื่องอันนำมาซึ่งความว้าเหว่ ที่ต่างสาเหตุ กันเท่านั้นครับ
อะไรทำให้ผู้คนอยู่ในสภาพนี้หรือ
ถ้าถามผม..ผมก็ต้องบอกว่า...คนเราเดี๋ยวนี้สื่อสารกันน้อย...People talking without speaking, people hearing without listening...เหมือนเพลง เสียงแห่งความเงียบ ของ ไซม่อน แอนด์ การ์ฟังเกล นั่นแหละครับ...
เพราะอะไร ?
เพราะคนสมัยใหม่เดี๋ยวนี้ พูดกับโทรศัพท์...สื่อสารกับมือถือทาง เอสเอ็มเอส...และเมื่ออยู่ตามลำพังก็เล่นเกม ฆ่าเวลา... ซึ่งสังเกตเห็นได้จนคุ้นชินเป็นธรรมดาในรถซับเวย์ หรือตามมุมทางแยก มุมตึกต่างๆ...
ความเหงานี่ ใครเป็นผู้นำมาสู่หรือครับ....
เทคโนโลยี่ หรือ ความฉับไวในชีวิตที่ทำให้คุณค่าของความมนุษย์หดหายไป กลายเป็น หุ่นยนต์ ที่ไร้ชีวิตจิดวิญญาณ เข้าไปทุกที...
ถ้าเรามีครอบครัวที่อบอุ่น...มีผู้ใหญ่ ญาติพี่น้อง มิตรดี ที่คอยติติง บ่นเตือนเรื่องโน้นเรื่องนี้...มีคนคอยแนะนำ ให้มีสัมมาคารวะ มีมารยาท มีคุณธรรม ตระหนักในคุณค่าของงาน...... เน้นย้ำเรื่องการเลิกฝันเฟื่องที่จะได้ ผลลัพธ์ดอกผลอันงดงาม จากการอยู่เฉยๆหรือทำอะไรอย่างขอไปที...พร่ำพรรณนาให้เราปฏิบัติตนเป็นคนมีคุณค่า เป็นคนมีแรงกระตุ้นให้ทำอะไรเพื่อคนอื่น... ฯลฯ ละก็.... ขอให้ภูมิใจเถิดครับว่า...เราโชคดีเหลือเกินที่มีคนปรารถนาดีต่อเราอย่างจริงจัง....... เพราะทุกสิ่งทุกอย่างที่กล่าวมา จะช่วยให้เรามี มนุษยสัมพันธ์ อยู่ร่วมกับผู้คนในสังคมคนดีได้โดยไม่ต้องหลบสายตา....แล้วเราจะ ไม่เหงา ครับ
เชื่อเถิดครับว่า ....คนเหงา นี่น่าสงสารมาก ครับ...แม้จะร่วมกลุ่มกับ คนเหงา ด้วยกัน เป็นชมรม เป็น คณะ เป็น ก๊วน...ก็อย่าหวังเลยครับว่า ความเหงาจะจางหายไปในชีวิต....เพราะมัน ผิดตรรกะ ที่คนเหงาจะช่วยให้คนอื่นหายเหงาได้ครับ....เชื่อเถิดครับว่า...ถ้าไม่ถอนตัวก่อนจะสายเกินไป...เราจะมีเวลาที่เหม่อลอย สะท้อนใจ อยู่เสมอทุกครั้งที่อยู่ตามลำพัง...เพราะ..เหงา ครับ
........แง เราเหงาอยู่เหรอ?........
ป่าวมั๊ง....หนูแค่อยากได้ PSP อ้ะ
Sunday, December 13, 2009
4D light&sound
เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมาจุ๋ยชวนไปดูงานแสดงแสงเสียงพระราชกรณียกิจที่ลานหน้าพระที่นั่งอนันตสมาคม
เลยชวนอ๋อยไปด้วยแล้วไปสมทบกับพี่ยี้อีกคน
ออกจากนครปฐมตั้งแต่บ่าย 2 แต่กว่าจะกินข้าวเย็นรองท้องกันเสร็จ ปาเข้าไป 6 โมง
ไปถึงเลยเจอคนล้านเจ็ดซะแล้ว บรรดาเก้าอี้ต่างๆ มีคนนั่งเต็มไปหมด
เลยได้แต่ไปยืนตรงกลางๆ พอได้เวลาจะแสดงก็มีเสียงโห่ให้นั่งจะได้ไม่บังข้างหลัง
ต้องหาที่นั่งอันน้อยนิดแล้วนั่งดูจนได้
กว่าจะถึงเวลาฉาย 20.00 ดูแบบนั่งคุกเข่าซักชั่วโมง ก็ได้รูปห่วยสนิทเพราะแสงน้อยมาแบบเนี๊ยะ
ส่วนอีกเกือบชั่วโมงหลัง คนที่มาไกลต้องรีบกลับเลยพอมีเก้าอี้ว่างให้เข้าไปเสียบครึ่งตูด แบ่งกับจุ๋ย ส่วนพี่ยี้ก็นั่งตักจุ๋ยอีกที กว่าจะได้นั่งแบบ OTOC หรือ one tood one chair (หนึ่งตูดหนึ่งเก้าอี้) ก็เกือบจบการแสดง
จบการแสดง 22.00 ยังเดินไปดูรถประดับไฟที่ถนนราชดำเนินอีก จนเมื่อยและหิว ก็แวะหาอะไรกินกันแถวริมถนน
เดิน เดิน เดิน ผ่านภูเขาทองไปถึงลานพลับพลามหาเจษฎาบดินทร์ กว่าจะเดินไปถึงเขตที่ไม่ปิดถนนและมีแท็กซี่วิ่งได้ก็เกือบถึงเยาวราช

......ขาลาก เล้ย.............
วันรุ่งขึ้นพี่ยี้ทำอาหารเช้าแบบ full curse เอ๊ย full course ให้กินเต็มที่ ก่อนจะพาจุ๋ยไปเดินซื้อเสื้อผ้าที่จตุจักร
มีคอสตูมไปด้วย 2 คน แถมหน่วยส่งเสริมการขายแบบนี้ จุ๋ยก็ได้หล่อราคาประหยัดคาดไม่ถึงมาหลายชุดล่ะ
Subscribe to:
Posts (Atom)